image

อ่านยาใจ : ภูมิคุ้มใจเพื่อเด็กปฐมวัย

30 พ.ย. 64 เวลา 14.50 น.
Share

การพลัดพราก จากลา และความตาย เป็นปกติธรรมดาของชีวิต แต่เมื่อผู้ใหญ่ต้องพูดคุย อธิบาย หรือตอบคำถามให้เด็กเข้าใจ เรื่องนี้ก็อาจเป็นอีกเรื่องที่หลายครอบครัวลำบากใจ กิจกรรม “อ่านยาใจ : ภูมิคุ้มใจเพื่อเด็กปฐมวัย” บทสนทนาและนิทาน สื่อเรียนรู้ความสูญเสียและปลุกพลังบวกเพื่อเด็ก จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นำเอาการอ่านนิทานและบทสนทนาสำหรับเด็กมาเรียบเรียงเพื่อให้เด็กเข้าใจง่าย และมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจมากขั้น

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ธนาคารจิตอาสา มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง (Peaceful Death) ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน จัดงาน “อ่านยาใจ : ภูมิคุ้มใจเพื่อเด็กปฐมวัย” บทสนทนาและนิทาน สื่อเรียนรู้ความสูญเสียและปลุกพลังบวกเพื่อเด็ก เพื่อเตรียมความพร้อม เตรียมความรู้รับมือกับโรคอุบัติใหม่ หรืออุบัติการณ์อื่นๆ อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ ช่วยเปิดโอกาสในการพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาขีดความสามารถของมนุษย์

 

ภาพจากเพจ National Library of Thailand

 

 

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตล่าสุดแล้วกว่า 20,387 คน ที่น่ากังวล คือ สมาชิกครอบครัวที่ต้องสูญเสียกะทันหัน โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องสูญเสียปู่ ย่า ตา ยาย พ่อแม่ ยังไม่มีการรับมือได้อย่างเหมาะสม หากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดกับเด็กไม่มีการพูดคุย อธิบาย หรือตอบคำถามให้เด็กเล็กเข้าใจ อาจส่งผลให้เด็กเกิดความกังวล ความเศร้า ความหวาดกลัว เสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความรู้ในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ หรืออุบัติการณ์อื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

 

ทางด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การสูญเสียบุคคลในครอบครัวโดยไม่ได้กล่าวลาด้วยกระบวนการไว้อาลัยที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างเคร่งครัด ทำให้กระบวนการการดูแลสุขภาพจิตคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเด็กปฐมวัยยังไม่เข้าใจว่าการเสียชีวิตเป็นจุดสิ้นสุดของชีวิต การใช้สื่อนิทานเล่าเรื่องราว การสูญเสียกับเด็กปฐมวัยจึงเป็นวิธีการที่มีประโยชน์มากในการปรับสภาพจิตใจของเด็ก

 

 

และนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ยังกล่าวอีกว่า วิกฤตโควิด-19 ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงและก่อผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องการสูญเสีย รวมถึงวิธีการจัดการความเครียด จึงต้องการพลังบวกจาก  คนใกล้ชิด การจัดงาน “อ่านยาใจ : ภูมิคุ้มใจเพื่อเด็กปฐมวัย” บทสนทนาและนิทาน สื่อเรียนรู้ความสูญเสียและปลุกพลังบวกเพื่อเด็ก ครั้งนี้ ได้พัฒนาเครื่องมือที่ทรงพลัง ทั้งหนังสือนิทานภาพชุด “ภูมิคุ้มใจเพื่อ    เด็กปฐมวัย” และกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ กิจกรรม “ภูมิคุ้มใจและจิตวิทยาการดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์เปราะบาง” กิจกรรม “สานพลังการอ่านสร้างทักษะ Resilience kid” ที่จะทำให้พ่อ แม่ ครูผู้ดูแลและพัฒนาเด็ก รวมถึงบุคคลใกล้ชิด ได้นำไปปรับใช้สร้างกระบวนการเรียนรู้ รวมถึงปลุกพลังบวกของเด็ก

โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการ เรื่อง หนังสือนิทานเรียนรู้ความสูญเสีย ปลุกพลังบวกเพื่อเด็กปฐมวัย อีกทั้งยังมีกิจกรรม “อ่านยาใจ : ภูมิคุ้มใจเพื่อเด็กปฐมวัย” บทสนทนาและนิทาน สื่อเรียนรู้ความสูญเสียและปลุกพลังบวกเพื่อเด็ก ผ่านระบบ Zoom Meeting 

 

ภาพจากเพจ National Library of Thailand

 

ภาพจากเพจ National Library of Thailand

 

สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ “อ่านยกกำลังสุข”  โทร.02-424-4616, 080-259-0909 และ www.happyreading.in.th