image

4 ข้อง่าย ๆ ตอบสนองลูกในเชิงบวก

03 มิ.ย. 63 เวลา 10.01 น.
SHARE

ชีวิตที่เร่งรีบ อาจทำให้พ่อแม่ไม่ทันสังเกตว่า เราพูดคุยโต้ตอบกับลูกในเชิงบวกหรือลบมากกว่ากัน หากพ่อแม่เน้นการอบมสั่งสอนโดยลืมคิดถึงการตอบสนองลูกในเชิงบวกด้วย ลูกจะมองตนเองเป็นเด็กไม่ดี เสียความรู้สึกภาคภูมิใจ แต่หากพ่อแม่ตอบสนองลูกในเชิงบวกได้ ลูกจะรับรู้ถึงคุณค่าในตนเอง มีความมั่นใจ และรู้สึกเป็นคนสำคัญของครอบครัว


4 ข้อง่าย ๆ ที่พ่อแม่สามารถทำได้


1.แสดงความใส่ใจในเวลาที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูก

เมื่อลูกสื่อสารกับพ่อแม่ พ่อแม่ควรหยุดทำงานตรงหน้า และหันไปสบตาลูกพร้อมทั้งแสดงสีหน้าท่าทางใส่ใจในสิ่งที่ลูกกำลังพูดถึงอยู่... ภาษาท่าทางมีผลต่อลูกมาก เด็กบางคนต้องจับหน้าพ่อแม่ให้หันมาหาตนเองก็มีค่ะ .."แม้ว่าบางครั้งพ่อแม่อาจฟังลูกเล่าแล้วไม่เข้าใจ แต่หากเราใส่ใจและพยายาม “ทำความเข้าใจ” เรื่องนั้น ลูกก็รู้สึกได้ว่า พ่อแม่กำลังสนใจเขาอยู่จริง ๆ "..


...ฟังไม่เข้าใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เท่ากับ ไม่สนใจฟังหนูอย่างใส่ใจ...


2.แสดงอารมณ์ร่วมไปกับลูก

เด็ก ๆ ต้องการการมีส่วนร่วมของคุณพ่อคุณแม่ หากเราแสดงออกว่ากำลังรู้สึกร่วมไปกับลูก ลูกจะไม่ถูกละเลยความรู้สึก เช่น ลูกนำของเล่นมาให้ดูด้วยความโกรธที่บางชิ้นส่วนเสียหาย ลูกต้องการคนเข้าใจหรือรู้สึกร่วม ก่อนที่จะคิดถึงการแก้ไข พ่อแม่จึงควรตอบสนองออกมาค่ะ เช่น “โอ๊ะ.. จริงด้วย ชิ้นตรงนี้บุบไปเลย.. ไม่อยากให้มันพังเลยเนอะ”


...แม้ว่าบางครั้งของเล่นจะซ่อมแซมไม่ได้ แต่ความรู้สึกของหนูก็ได้รับการดูแลแล้ว...


3.แสดงออกว่าสนใจมุมมองของลูก แม้ว่าบางครั้งจะไม่เข้าท่าก็ตาม

ไม่ว่าความคิดของลูกจะดีเยี่ยมหรือไม่โอเค พ่อแม่ควรแสดงออกว่าสนใจและชอบใจที่ลูกคิด ไม่ควรรีบขัดแย้งโดยละเลยความตั้งใจของเขา ขอให้แสดงความชื่นชมใน “ความตั้งใจคิด” ของลูกก่อนค่ะ เช่น “แม่ชอบจังเลยที่ลูกมีความคิดหลาย ๆ อย่าง ลูกรู้มั้ย ความคิดดี ๆ มักเกิดขึ้นตอนเราพยายามคิดเยอะ ๆ” ลูกจะรับรู้ว่าการเป็นเด็กช่างคิดคือสิ่งดี ลูกจะไม่หยุดคิด.. ส่วนเนื้อหาที่ไม่โอเคนั้น พ่อแม่ค่อยบอกต่อว่า เรามีมุมมองกับเรื่องนี้อย่างไร และต่างกับลูกตรงไหนค่ะ


...เมื่อพ่อแม่ชอบใจที่ลูกช่างคิด ความคิดใหม่ๆของหนูจะไม่มีวันหยุดลง... 


4.พยายามหาข้อดีเพื่อชื่นชมลูกบ่อย

ความต้องการสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีของพ่อแม่ ทำให้เรามองเห็นข้อบกพร่องของลูกได้บ่อยกว่าข้อดี ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเชิงลบมากกว่าบวก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ได้ ดังนั้น พ่อแม่ต้องพยายามมองหาข้อดีของลูกและชื่นชมออกมาบ่อยๆ หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่น้อยกว่าข้อบกพร่องที่เราสั่งสอน เพื่อให้ลูกรับรู้ว่าพ่อแม่มีทัศนคติที่ดีต่อลูกในหลายด้าน และยังช่วยให้ลูกมองเห็นตัวเองในมุมบวก ช่วยสร้างความภาคภูมิใจและมีคุณค่าในตนเองด้วย


...พ่อแม่ต้องทำหน้าที่ทั้งสั่งสอนลูกและชื่นชมลูก เพื่อให้ลูกเป็นคนดีที่สามารถมั่นใจในคุณค่าของตนเองได้...


..."พ่อแม่จะตอบสนองในเชิงบวกได้ ก็เมื่อมีสมาธิกับลูก, อยู่กับลูกทั้งตัวและหัวใจ หากเรามีเรื่องคิดเยอะแยะในสมอง ไม่ได้จดจ่อกับลูกจริงๆ การตอบโต้ก็มักเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ทำให้พลาดโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับลูก ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการเลี้ยงลูกเชิงบวกได้"...


 


ลองจัดการเวลา, หยุดทำงาน, หยุดคิดเรื่องอื่น ๆ ในช่วงที่อยู่กับลูกหรือคุยกับลูกนะคะ


 บทความโดย

หมอเสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก เจ้าของเพจหมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

แท็ก : หมอเสาวภา , เลี้ยงลูกเชิงบวก , พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก
SHARE