image

สอนลูกให้มีความภูมิใจในตนเอง

10 ส.ค. 63 เวลา 10.01 น.
SHARE

"ความภูมิใจในตัวเอง"​ เป็นหนึ่งในทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 ที่เด็กทุกคนควรมีอย่างมั่นคงแข็งแรงในจิตใจ

ความภาคภูมิใจในตัวเอง สำคัญแม้กระทั่งสำหรับผู้ใหญ่อย่างเราให้สามารถในการดำรงชีวิตในยุคนี้ได้อย่างมีความสุขในบริบทของตนเอง ไม่ต้องรวยเหมือนใคร ไม่ต้องหน้าตาดีเหมือนคนอื่น ไม่ต้องขับรถหรือมีเงินทองมากมาย เราก็สามารถมีความสุขได้ ก็แค่เป็นตัวของตัวเองที่เราภาคภูมิใจก็พอ

..."เพราะเมื่อเรามีความภูมิใจในตนเองเพียงพอ เราจะไม่ต้องไปรอรับ "คำอนุญาต" จากคนอื่นให้เรา "มีความสุข""...


หลายคนจะมีความสุขเมื่อพยายามที่จะแสดงให้คนอื่นเห็นว่า ฉันสุข ฉันมีดี ฉันเป็นคนเก่ง รวย สวย หล่อ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อให้คนอื่นมารับรองว่าเรานั้น 'สุข' 'ดี' 'เก่ง' 'หล่อสวย' หรือโอเคด้วยจำนวนไลก์ด้วย ความคิดเห็นที่ชื่นชม หรือด้วยอะไรก็แล้วแต่ทั้งทางตรง/ทางอ้อมที่ย้อนกลับมาทำให้เรารู้สึกดี ในขณะเดียวกันเมื่อมีความคิดเห็นเชิงลบ ไม่เห็นด้วยกับเรา เราก็พร้อมที่จะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองขึ้นมาทันที


ความทุกข์เกิดขึ้นได้ง่ายเหลือเกินครับ

เพราะความรู้สึกดีจากผู้อื่นนั้นไม่มั่นคงเท่า "ความรู้สึกดี" ที่เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเราเองว่า ฉันดีพอ ฉันมีดี และฉันมีความสุขดี นั่นคือ "ความภูมิใจในตนเอง" ในสิ่งที่ตนเองเป็น ตนเองมี ซึ่งเราควรได้รับสิทธิ์ที่จะมีความสุขด้วยการยอมรับของคน ๆ เดียวเท่านั้น คือ คนที่อยู่ในกระจกที่เราเห็นทุกเช้าหลังตื่นนอน คนเดียวเท่านั้น อย่าให้ความสุขของเราไปขึ้นหรือยึดติดกับความเห็นของคนอื่นครับ ทั้งตัวเรา และลูกของเรา

แม่ที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการฝีมือการทำอาหารระดับมาสเตอร์เชฟ หรือบ้านที่สะอาดเรียบร้อยราวกับบ้านตัวอย่างของโครงการบ้านจัดสรร (ซึ่งอาจไม่มีทางเกิดจริงได้ในชีวิตจริงของครอบครัวส่วนใหญ่ที่มีลูกเล็ก) หากแต่เกิดจาก ‘ความรู้สึก’ ที่ได้มองเห็นลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีดี สุขภาพแข็งแรง พัฒนาการสมวัย แม่ที่พร้อมจะรักแบบไม่มีเงื่อนไข และความรู้สึกที่เป็นคนที่ถูกรักจากลูกและคนในครอบครัว นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรจะรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในฐานะแม่ มิใช่คำพูดหรือคำวิจารณ์ของคนอื่น


สำหรับ ‘ลูก’ การเลี้ยงลูกให้มีความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นเรื่องที่ง่ายจนเรา


อาจมองข้ามไป นั่นคือ “การเลี้ยงลูกเชิงบวก” นั่นเองโดยเน้นที่ 2 เรื่องหลักได้แก่...


1. คำชื่นชมที่หล่อเลี้ยงใจ

เน้นการชื่นชมและให้ความสนใจในสิ่งดีที่ลูกทำ มากกว่าการดุด่าว่ากล่าวในสิ่งไม่ดีที่ลูกทำ จงมองสิ่งดี ๆ ที่ลูกทำให้ได้ เพราะการถูก “จับถูก” มากกว่า “จับผิด” จะส่งเสริมให้ลูกสร้างกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ไม่จับจ้องกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นหลัก แต่ให้กระตุ้น ชื่นชม และประคับประคองการลงมือทำ การตั้งคำถาม ความพยายามของลูก


เพราะที่หนึ่งมีเพียงแค่คนเดียว เป็นที่หนึ่งได้ก็ดี แต่ที่สอง ที่สาม หรือที่สิบก็ดีหากอันดับที่ที่เขาได้มานั้นเขาได้พยายามทำอย่างเต็มที่เพราะไม่มีอะไรรู้สึกดีไปกว่า ความรู้สึกที่เรารู้สึกว่า "เราทำได้" และ "เราทำได้ดีขึ้นเรื่อย" ในวัยเด็กเล็ก ความสุขและความภูมิใจของลูกมักจะได้จาก 'พ่อแม่' ผ่านคำชม ผ่านสายตา ผ่านอ้อมกอด ถ้าเรา 'จับถูก' จนสร้างความรู้สึกว่าเขาทำได้-เขาทำได้ดี และต่อมาเขาจะค่อย ๆ รู้สึกดีด้วยตนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องมารอคุณพ่อคุณแม่ชื่นชมอีกต่อไป


ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่เคยชื่นชมให้ลูก 'รู้สึก' ว่าเขาเป็นคนที่มีดี ทำอะไรก็ขัดหูขัดตาไม่ได้ดั่งใจพ่อแม่สักอย่าง เขาจะเติบโตมาแบบไม่มีความมั่นใจ ไม่มีความภูมิใจในตนเอง จนกระทั่งวันหนึ่งที่มี ‘คน’ มองเห็นและชื่นชมเขาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาจะยอมตะเกียกตะกายเพื่อให้ได้ความรู้สึกนั้นจากคนอื่นมากขึ้น ๆ จนสุดท้ายเขาอาจจะเสียตัวตนและทำเรื่องที่ไม่ควรทำได้อย่างการยอมใส่เสื้อผ้าวับ ๆ แวม ๆ ลงโซเชียลเพียงเพราะทำแล้วมีคนมากดไลก์ มาคอมเม้นต์ชื่นชอบเขา หรือยอมหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อซื้ออาหารเสริมหรือครีมมาทาเพื่อให้ตัวเองขาวขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่าขาว = สวย มีคนชมว่าขาวจะรู้สึกดีมาก ทั้งที่ผิวสีแทนนั้นก็สวยในแบบตัวเองอยู่แล้ว หรือสวมรอยเป็นคนอื่น เช่นหลอกคนอื่นว่าเป็นพยาบาลเพื่อให้ตนเองมั่นใจและ 'ดีพอ' ที่จะทำให้คนอื่นมาชอบและแต่งงานด้วย เป็นต้น


2. ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

ทุกคนต้องการเป็นที่รักเสมอโดยเฉพาะความรักจากครอบครัว ความรู้สึกว่าตนเองเป็นที่รักยังมีความสำคัญเสมอ เพราะมันสร้างพื้นที่ปลอดภัยและตัวตนให้กับลูก เมื่อเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหาลความเสียใจ เขาจะรู้ว่ายังมีคนที่รักเขาแบบไม่มีเงื่อนไขใดรอเขาอยู่ ซึ่งความปลอดภัยทางอารมณ์นี้เป็นเสาหลักหนึ่งของความภาคภูมิใจในตนเองเช่นกัน


..."การเป็นตัวของตัวเองนั้นดีที่สุดแล้ว ทุกคนควรมีความภาคภูมิใจในรูปร่าง หน้าตา สีผิว ความสูง และรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง เพราะเราได้มันมาจากพ่อแม่"...


ที่รักเราและเรารักนั่นเอง ในขณะเดียวกันก็ควรภาคภูมิใจในตัวตน ความสามารถของตนเองด้วยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราได้ลงมือทำมันแล้วอย่างเต็มที่ด้วยความตั้งใจของเราแล้ว เพราะนี่คือเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของเราในวันนี้ และยังพัฒนาต่อไปได้อีกในวันพรุ่งนี้ ล้มบ้าง ผิดหวังบ้างก็คือประสบการณ์ มิใช่ความล้มเหลวตลอดไป


บทความโดย

ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ เจ้าของแฟนเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ


แท็ก : บทความ , ครอบครัว , พ่อแม่ , ThaiPBSKids , หมอวิน , ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ
SHARE