image

การเลี้ยงลูกแบบเรียบง่าย

14 ก.ย. 63 เวลา 10.00 น.
SHARE

การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป หากเราเข้าใจพัฒนาการตามวัยและเปิดโอกาสให้เขาได้รับผิดชอบตัวเองได้ กล้าให้เขาได้ลอง กล้าให้เขาได้เรียนผ่านทุกสิ่งและทุกสถานการณ์รอบตัว นั่นหมายความว่า ทุกอย่างรอบตัวลูก คือ ของเล่นกระตุ้นพัฒนาการที่ดีที่สุดสำหรับเขานั่นเอง


..."และของเล่นที่ดีที่สุดจริง ๆ สำหรับลูก ก็คือ ตัวของ ‘พ่อแม่’ นั่นเอง"...


ในแง่ของพัฒนาการ ตัดภาพมามองวิถีการเลี้ยงลูกในปัจจุบัน ด้วยความอยากให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีสมวัย หลายครอบครัวจึงคัดสรรสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับลูก ไม่ว่าจะเป็น ของเล่นเสริมพัฒนาการราคาแพง คอร์สเรียน กิจกรรมอีกมากมาย และเลี้ยงลูกแบบ “เยอะ” แต่ลูก (อาจ) ได้ประโยชน์ “น้อย” เมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุนไปก็ได้


ของเล่นเสริมพัฒนาการ ที่มีเยอะจนละลานตา จนลูกเลือกเล่นไม่ถูก ไม่จดจ่อ ไม่มีสมาธิ เล่นไปเรื่อย ๆ ไม่โฟกัส และหากเล่นคนเดียวโดยไม่มีคนเล่นด้วย การเล่นนั้นก็ยิ่งไม่ค่อยเกิดประโยชน์อย่างที่ของเล่นชิ้นนั้น ๆ ถูกออกแบบมาอีกด้วย คอร์สเรียนและกิจกรรมสำหรับเด็กที่จัดลงตารางให้ลูกจนเต็ม แทบไม่มีเวลาพัก หลายอย่างอาจไม่ใช่การเรียนรู้ที่ลูกสนใจใคร่รู้ จนทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบต่อการเรียนรู้จริง ๆ ก็ได้ครับ


ในแง่ของสุขภาพ คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้เป็นห่วงลูกมากจนกังวลไปหมดทุกอย่าง ผื่นขึ้นจุดนึงก็กลัวลูกแพ้อาหาร ไอแค่กหนึ่งก็กลัวเป็นปอดบวม และอีกหลายสารพัดเรื่องที่ทำให้การเลี้ยงลูกของเราเป็นไปพร้อมกับความเครียด ความกลัว ความกังวลใจที่เกินจริงไปมากครับ


คุณพ่อคุณแม่ครับ การเลี้ยงลูกให้ลูกมีสุขภาพที่ดี พัฒนาการสมวัย และมีความสุขได้ ไม่ได้เครียดขนาดนั้น เพียงแค่เราเข้าใจธรรมชาติตามวัยของลูก เราสามารถลด "ความเยอะ" ของเราลง และเลี้ยงลูกแบบเรียบง่าย น้อยแต่ได้มากกันดีกว่า เพราะ "ความน้อย" อาจสร้างลูกได้เยอะก็ได้ โดยมีข้อแนะนำดังต่อไปนี้


ปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูก

ทำสิ่งแวดล้อมให้เรียบง่าย สะอาด ให้มีของเล่นน้อยลง เล่นทีละชนิด และเล่นให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพราะเมื่อมีของเล่นให้เห็นเยอะเกินไป ลูกจะไม่จดจ่อ ตามองอย่างนึง มือถือของเล่นอีกสองอย่าง สรุปเล่นอะไรไม่จบสักอย่าง การสอนให้ลูกเล่นทีละอย่างนั้นดีกว่าเยอะ เล่นเสร็จ สอนให้เก็บก่อนแล้วจึงเล่นชิ้นต่อไป เป็นการฝึกวินัยและการช่วยเหลือตนเองไปในตัวได้อีกด้วย แนะนำของเล่นแบบปลายเปิด เช่น บอร์ดเกม นิทาน หรือตัวต่อ หากลูกเริ่มเข้าใจและสนใจ ของเหล่านี้จะฝึกสมาธิของลูกได้ดีเลยครับ


เวลาว่าง

เป็นสิ่งจำเป็นมากในทุกช่วงวัย ยอมให้ลูกว่างและเบื่อบ้างครับ เพราะความว่างและความเบื่อจะเปิดประตูให้ลูกทำนสิ่งที่เขาสนใจและอยากทำจริง ๆ มากกว่าที่ทำตามโปรแกรมที่พ่อแม่เลือกเท่านั้นครับ และบางทีเราอาจจะเจอสิ่งที่ลูกถนัดท่ามกลางความว่างและความเบื่อของลูกก็ได้ นั่งนิ่ง ๆ ก็มีประโยชน์ครับ จำไว้เลยครับ ทั้งพ่อแม่และลูกนั่นแหละ อย่าลืมหาเวลาว่างที่ได้อยู่กับตัวเองคนเดียวบ้างก็ดีนะครับ


งดหรือเลี่ยงหน้าจอทุกชนิด

ถอดปลั๊กทีวี คอมพิวเตอร์ และปิดมือถือบ้าง เพราะในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ‘หน้าจอ’ นั้นดึงเอา ‘เวลา’ ไปจากเราและลูกมาก จนทำให้การใช้ ‘เวลาคุณภาพ’ ระหว่างกันลดลง เมื่อเราปิดหน้าจอ เราจะได้เวลาคืนให้ชีวิตมากขึ้น และเปิดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ยิ่งมีเวลาคุณภาพให้กัน ลูกยิ่งดีครับ ดีในทุกด้าน โดยเฉพาะพัฒนาการและจิตใจ


เข้าหาธรรมชาติ

ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “อยากไปนั่งอยู่ริมทะเลโง่ ๆ แล้วฟังเสียงคลื่น” นี่เป็นการกระทำที่ไม่โง่เลยครับ เพราะการเข้าหาธรรมชาติเป็น ‘สื่อ’ การเรียนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง เสียงน้ำตก เสียงคลื่น กลิ่นไอดิน สัมผัสของเม็ดทราย ความร้อนจากแดด ลมอุ่น ๆ ที่โชยพัด นกที่บินอยู่ไม่ไกล เหล่านี้สามารถกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของลูกได้ครบถ้วน และยังทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกตอีกด้วย


นี่คือ “การเลี้ยงลูกแบบเรียบง่าย” ครับ

เลี้ยงลูกได้ไม่ต้องเยอะ โดยกุญแจของความสำเร็จคือ “เวลาคุณภาพที่มีความสุข” ที่ให้ต่อกันของพ่อแม่ลูก


..."เพราะ 'ความสุข' คือ รากแก้วของพัฒนาการดีของลูกนั่นเอง แต่เราไม่จำเป็นต้องสุขตลอดเวลา เพียงแต่สร้างพื้นที่ของบ้านให้เป็นบ้านที่ 'น่าอยู่' และ 'น่ากลับไป' นั่นก็ดีพอที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้ได้ดีแล้วครับ"...


บทความโดย

ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ เจ้าของแฟนเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ


อย่าลืม! สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและสิทธิประโยชน์มากมาย

www.thaipbskids.com/register

แท็ก : บทความ , หมอวิน , ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ , ครอบครัว , เลี้ยงลูก
SHARE