image

“พ่อแม่อย่ารังแกฉัน”

03 พ.ย. 63 เวลา 09.00 น.
Share

บางครั้งสิ่งที่พ่อแม่ทำให้กับลูกด้วยความเข้าใจผิดว่า “นั่นคือความรักที่มอบให้ลูก” ทั้งๆ ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นการทำร้ายลูกโดยที่พ่อแม่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งสิ่งที่พ่อแม่มักทำและเข้าใจผิดว่าเป็นความรัก มีดังนี้

 

ข้อที่ 1 “การทำทุกอย่างให้กับลูก โดยไม่ให้ลูกได้เรียนรู้การช่วยเหลือตัวเองตามวัยของเขา”

พ่อแม่ควรสอนให้ลูกช่วยเหลือตัวเองตามวัย เช่น...

เมื่อลูกเริ่มกินข้าวได้ เปิดโอกาสให้เขาฝึกกินด้วยตัวเอง จะเริ่มจากมือในวัย 8 เดือน-1 ขวบ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่การใช้ช้อนส้อมในวัยต่อไป

เราไม่ควรกังวลเรื่องเลอะเทอะ หรือ กินได้เยอะหรือน้อย หากเราให้เวลา 30 นาที เรานั่งกินร่วมกัน เมื่อหมดเวลาเก็บ กินไม่หมดหรือไม่กิน ให้งดขนมขมเนย รอกินอาหารหลักมื้อถัดไป

 

เมื่อลูกเริ่มเดินได้ เปิดโอกาสให้เขาเดิน-วิ่งด้วยตัวเอง อุ้มให้น้อยลง เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเขาพัฒนา และที่สำคัญเพื่อให้ลูกได้สัมผัสพื้นผิวต่างๆ ในทุกที่ที่เขาเดิน-วิ่งไปถึง หากเรามัวแต่อุ้มเขา ลูกจะขาดโอกาสในการพัฒนากล้ามเนื้อและการกระตุ้นประสาทสัมผัสของเขา

 

พ่อแม่ควรเลี้ยงลูกเพื่อให้เขาเติบโตมาเลี้ยงตัวเขาเองได้ ไม่ใช่เพื่อให้เขาต้องพึ่งพาเราไปตลอด เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนใดที่จะสามารถดูแลลูกไปได้ทั้งชีวิต

 

 

ขั้นที่ 2 “การคาดหวังให้ลูกเป็นลูกที่สมบูรณ์แบบ โดยคาดหวังผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการเรียนรู้ของลูก”

ลูกเกิดมาเพื่อเป็นตัวเขาเอง โดยมีพ่อแม่คอยสอนในสิ่งที่สำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเขา เช่น...

 

การช่วยเหลือตัวเองตามวัย ได้แก่ กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว ใส่รองเท้า เข้าห้องน้ำ

การมีวินัย ได้แก่ ตื่นนอน-เข้านอน และกินอาหารหลัก 3 มื้อให้เป็นเวลา รับผิดชอบต่อของของตัวเอง เก็บของเล่น และเมื่อโตขึ้นได้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่ ทำงานบ้านหรือการบ้านก่อนไปเล่น

การเคารพตัวเองและผู้อื่น ได้แก่ กฎ 3 ข้อ ไม่ทำร้ายตัวเอง ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ทำลายข้าวของ

 

ที่สำคัญ ระหว่างการสอน พ่อแม่ควรพุ่งเป้าไปที่ลูกได้เรียนรู้กระบวนการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเขาเอง ดังนั้นหากลูกยังทำไม่ได้ พ่อแม่มีหน้าที่สอนเขาไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเขาสามารถทำมันได้ด้วยตนเองจริงๆ ทั้งนี้หากลูกทำได้ไม่ดี หรือ ทำได้ไม่สมบูรณ์ ขอให้พ่อแม่ปล่อยวางผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น และมองให้เห็นว่า “ลูกได้เรียนรู้อะไร"

 

 

ข้อที่ 3 “การใช้เงินซื้อของทุกอย่างที่ลูกต้องการให้กับลูก แต่ไม่ได้ให้เวลาคุณภาพกับเขา”

“ความรัก” ที่ดีที่สุดสำหรับลูกทุกคน คือ “เวลาคุณภาพ” ที่พ่อแม่ควรให้กับเขา

เวลาที่จะมอบความสนใจให้กับเขาอย่างเต็มที่

เวลาที่จะสัมผัสเขาด้วยความรัก มองตาเขา กอดเขา หอมเขา

เวลาที่จะเล่นกับเขา โดยไม่จะเป็นต้องมีของเล่นราคาแพง แต่เป็นตัวพ่อแม่ที่เป็นของเล่น

เวลาที่จะพูดคุยและฟังเขาเล่าเรื่องราวต่างๆ

เวลาที่จะอ่านหนังสือให้ลูกฟัง และอ่านหนังสือไปด้วยกันในวันที่เขาอ่านได้เอง

เวลาที่จะกิจกรรมด้วยกัน ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน และอีกมากมาย

 

ยิ่งเป็นเด็กเล็กๆ เขาไม่รับรู้หรอกว่า สิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น เสื้อผ้า ที่พ่อแม่ซื้อให้เขานั้นราคาแพงแค่ไหนกันเชียว

เพราะสำหรับเขา อ้อมกอดที่อบอุ่นจากพ่อแม่มีค่ามากกว่าสิ่งเหล่านั้น

 

 

ข้อที่ 4 “การรักลูกอย่างมีเงื่อนไข โดยความรักที่มอบไป ลูกต้องตอบแทนความรักนั้นกลับมา”

พ่อแม่ที่รักลูกมาก และพยายามทำทุกอย่างให้ลูก เพื่อหวังว่า สักวันหนึ่งเมื่อเราแก่ชรา ลูกจะตอบแทนเราเช่นกัน การกระทำแบบนี้เราอาจจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่า “กตัญญู”

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ความรัก” ที่พ่อแม่ควรมอบให้กับลูกควรเป็นรักที่ปราศจากเงื่อนไข ให้ไปโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ที่สำคัญความรักที่ดีที่สุดจะทำให้เกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเรากับลูก สายสัมพันธ์นี้อาจจะทำให้ลูกอยากทำสิ่งดีๆ เพื่อตัวเองและให้พ่อแม่ของเขา เพราะเขารักเรามากนั่นเอง

 

“ความกตัญญู” จึงไม่ควรเกิดจากการบีบบังคับให้ลูกตอบแทนเรา เพราะหากพ่อแม่ใช้ความกตัญญูเป็นตัวตั้ง ลูกอาจจะรู้สึกกดดันหากเขาทำไม่ได้อย่างที่เราหวัง และตัวเขาจะรู้สึกผิดที่เขาเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่อง และไม่ดีพอ เมื่อเขาไม่สามารถทดแทนบุญคุณให้เราได้

 

ลูกหลายคนที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้วในวันนี้ อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของพ่อแม่ของเราได้ในเรื่องความคาดหวังที่มีต่อเรา แต่ถ้าเรามีลูก เราสามารถตัดวงจรนี้ได้ด้วยการรักลูกอย่างที่เขาเป็น และไม่คาดหวังให้เขาต้องตอบแทนเรา เพราะสำหรับเราขอแค่เขาเติบโตมาไม่ทำให้ตัวเขาหรือใครเดือดร้อน และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็เพียงพอแล้ว

 

 

ข้อที่ 5 “การปกป้องลูกในทางที่ผิด”

 

เมื่อลูกทำสิ่งที่ผิดพ่อแม่เลือกที่จะปกป้องเขาในทางที่ผิด เช่น

แก้ปัญหาให้ลูกทันที แต่กลับไม่สอนให้เขาแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง

เข้าข้างลูก ทั้งๆ ที่ลูกเป็นฝ่ายผิด

 

ยิ่งนานวัน เมื่อลูกเติบโตขึ้น สิ่งที่ลูกทำผิดไม่ได้รับการสอน เขายังคงทำผิดซ้ำเดิม แต่ในคราที่เข้ากลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว พ่อแม่จะไม่สามารถปกป้องเขาได้ตลอดไป เขาต้องได้รับการลงโทษจากสังคมแทน

 

การที่ลูกทำผิดแล้วเราไม่สอนเขาตั้งแต่เยาว์วัย เราก็มีส่วนในการรับผิดชอบในความผิดที่ลูกทำด้วย

 


"แท้ที่จริงแล้ว พ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยกำหนดว่า ลูกจะเป็นเติบโตมาเช่นไร”

หากเราอยากให้ลูกเติบโตมารักตัวเองและผู้อื่นเป็น ช่วยเหลือตัวเองได้ เราควรเลี้ยงดูเขาด้วยความรักจากการมีเวลาคุณภาพให้กับเขา และสอนในสิ่งที่สำคัญสำหรับการใช้ชีวิตให้ลูก ไม่ใช่รักเขาในทางที่ผิด

 

 

บทความโดย

เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว เจ้าของแฟนเพจตามใจนักจิตวิทยา