image

รัก 9 แบบที่ทำร้ายลูก!

08 ม.ค. 64 เวลา 09.00 น.
Share

ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก 

และด้วยคำว่า “รัก” นี่แหละที่ทำให้พ่อแม่ปรารถนาอยากจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก 

 

เวลาพูดถึง “ความรัก” เราไม่สามารถวัดขนาดของมันได้ว่า ความรักของพ่อแม่ครอบครัวไหนจะมากกว่ากัน เพราะเราไม่มีมาตรวัดขนาดของความรัก และความรักของพ่อแม่แทบทุกครอบครัวที่มีต่อลูกก็ล้วนปราศจากเงื่อนไขเป็นส่วนใหญ่

แต่ขนาดของความรักอาจไม่ใช่ตัวตัดสิน

 

เพราะสิ่งที่พอจะประเมินความรักของพ่อแม่ได้ ก็ต้องดูที่ผลลัพธ์จากตัวลูก ว่าเป็นผลผลิตของความรักแบบไหน เขาเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่เช่นไร แล้วจึงจะสะท้อนได้ว่าเป็นผลผลิตจากความรักที่เหมาะสมหรือไม่ 

 

ถ้าเด็กถูกเลี้ยงดูมาแบบรักมากเกินไป น้อยเกินไป ไม่เหมาะสมก็จะสะท้อนมาผลลัพธ์ที่ตัวเด็กอยู่ดี 

 

เพราะเรื่องความรัก นอกจากต้องใช้สัญูชาตญาณของความเป็นพ่อแม่ในการเลี้ยงดู ก็ต้องมีความรู้ควบคู่ด้วยจึงจะถูกวิธี มิเช่นนั้นแล้วอาจกลายเป็นทำร้ายลูกก็ได้

แล้วพ่อแม่แบบไหนที่ใช้ “ความรัก” ทำร้ายลูก 

 

1. ลูกอยากได้อะไรต้องได้

พ่อแม่ประเภทนี้นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะค่านิยมที่มีลูกน้อยลงหรือมีคนเดียว จึงทำให้มีแนวโน้มที่มักจะตามใจลูก ลูกอยากได้อะไรก็ให้ตั้งแต่เล็ก หรือบางคนก็ต้องการให้ลูกทดแทนบางสิ่งที่ขาดหายไปของพ่อแม่เมื่อวัยเด็ก อะไรที่ไม่เคยมีก็อยากให้มี อะไรที่ไม่เคยทำก็อยากให้ทำ หรือไม่มีเวลาให้ลูกก็พยายามชดเชยอะไรบางอย่างให้กับลูกตลอดเวลา

 

2. ลูกไม่เคยผิดหวัง

สืบเนื่องมาจากการข้อแรก เมื่อผู้ใหญ่ในบ้านไม่เคยขัดใจและตามใจมาตลอด จึงมักตอบสนองในทุกเรื่อง แม้บางเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ก็ยังพยายามช่วยเหลือลูก เช่น ลูกอยากได้ของๆ ของคนอื่น พ่อแม่ก็พยายามหาทางให้ลูกได้สิ่งของชิ้นนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ลูกจึงเคยชินกับสิ่งที่ไม่เคยผิดหวัง

 

3. กลัวลูกลำบาก 

พ่อแม่มักจะทำทุกสิ่งอย่างให้ลูกตั้งแต่เล็ก เพราะกลัวว่าลูกจะลำบาก กลัวลูกอด กลัวลูกเจ็บ ฯลฯ ไม่ยอมให้ลูกได้ลองเผชิญทำสิ่งใดที่ยากลำบากด้วยตัวเอง เมื่อมีปัญหาใด ๆ ก็มักจะยื่นมือไปช่วยเหลือในทันที แทบจะไม่ปล่อยให้ลูกเผชิญกับปัญหาหรือความลำบากเลย ถ้าเป็นลูกเล็กก็จะคอยอุ้มอยู่ตลอดเวลา ไม่ค่อยปล่อยให้ทำอะไรด้วยตัวเอง พอเริ่มโตก็จะมีคนคอยเดินตามประกบทุกฝีก้าว และเมื่อเด็กพลาดล้มก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที พอโตขึ้นก็จะมีคนคอยช่วยเหลือดูแลตลอด 

 

4. ลูกฉันไม่เคยผิด 

เป็นพ่อแม่ที่ปกป้องลูกตลอดเวลา ไม่ว่าลูกจะมีปัญหาอะไรกับใคร พ่อแม่ก็มักปกป้องลูกอยู่ดี ลูกฉันไม่เคยผิด แม้ลูกจะทำผิดก็โทษผู้อื่นเสมอ เวลาลูกมีปัญหากับใคร พ่อแม่ก็มักออกโรงปกป้องเต็มที่ ซึ่งหารู้ไม่ว่าเด็กประเภทนี้มักจะมีปัญหาการปรับตัวเมื่อเขาเติบโตขึ้น

 

5. ขีดเส้นให้ลูกเดิน 

พ่อแม่จำนวนไม่น้อยชอบให้ลูกเดินตามแนวทางที่เลือกไว้ และมักเชื่อว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก โดยที่จะพูดย้ำกับลูกอยู่เสมอว่าเพราะพ่อแม่รักลูกถึงเลือกเส้นทางชีวิตเช่นนี้ให้ลูก โดยไม่ฟังเสียงของลูก เช่น อยากให้ลูกสืบทอดกิจการ ก็วางเส้นทางเพื่อให้ลูกเดินตามรอยที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ได้ดูความถนัดหรือความชอบของลูกเลย โดยเฉพาะเรื่องเรียน ที่เด็กมักเลือกเรียนตามที่พ่อแม่ต้องการมากกว่าที่จะรู้ว่าตัวเองชอบหรือถนัดอะไร ไม่มีเป้าหมายชีวิตของตัวเองชัดเจน 

 

6. ลูกต้องอยู่ในสายตา 

ไม่ว่าลูกจะทำอะไรพ่อแม่ประเภทนี้มักจะไม่ยอมให้ลูกอยู่นอกสายตา จะคอยกำกับอยู่เสมอ ไม่ยอมให้ออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด ส่วนใหญ่จะมีกฎเกณฑ์กติกาและมีความเข้มงวดมาก เช่น กำหนดตารางชีวิตในแต่ละวัน มักไม่ค่อยผ่อนปรน สิ่งใดที่ไม่เห็นด้วยจะไม่ยอมให้ลูกทำเด็ดขาด ส่วนใหญ่ลูกจะอึดอัด และสุดท้ายจะนำไปสู่การโกหกและหลีกหนี

 

6. ตามลูกไม่ทัน

พ่อแม่แนวนี้พร้อมจะเชื่อลูกทุกอย่าง ลูกบอกอะไรก็เชื่อ โดยไม่ได้สนใจหรือตรวจสอบว่าลูกทำอะไร คบเพื่อนแบบไหน ทำสิ่งที่เหมาะสมหรือเปล่า พ่อแม่ประเภทนี้มักขาดความรู้ เช่น ลูกขออะไรก็เชื่อ โดยไม่ได้ตรวจสอบ หรือสนใจในสิ่งที่ลูกทำ

 

7. ไม่แสดงความรัก 

เข้าข่ายรักนะแต่ไม่แสดงออก รวมไปถึงไม่ยอมชื่นชมหรือให้กำลังใจเมื่อลูกทำสิ่งใดได้ดี เพราะกลัวว่าลูกจะเหลิง วิธีคิดแบบนี้ ลูกอาจจะคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก และหันไปหาความรักนอกบ้านจากเพื่อนหรือคนอื่นที่แสดงความรักและเห็นว่าเขามีคุณค่า ซึ่งหากเขาพบคนที่ดีก็โชคดี แต่ถ้าเจอคนไม่ดีหลอกลวงนำพาไปสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็เป็นอันตรายยิ่ง

 

8. คาดหวังเกินไป

พ่อแม่ทุกคนมักคาดหวังลูก จะมากหรือน้อย หรือจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่ ความคาดหวังของพ่อแม่ก็จะเพิ่มตามวัยของลูก และมากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กจำนวนมากต้องแบกความคาดหวังของพ่อแม่ด้วยความทุกข์ใจจนกระทั่งโต

ความรักเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูลูก แต่ความรักที่พอดีและสมดุลจะทำให้ลูกเติบโตมีคุณภาพและมีพัฒนาการสมวัย แต่ถ้าเมื่อไรพ่อแม่ให้เขามากเกินไปจนเขาสำลักความรัก เขาก็จะอ่อนแอในการใช้ชีวิต หรือถ้าน้อยเกินไป เขาก็จะอ่อนแอเกินกว่าจะเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้เช่นเดียวกัน

 

ขณะเดียวกันใช้ความรักอย่างเดียวก็เอาตัวไม่รอดเช่นกัน ความรักต้องมาพร้อมความรู้และความเข้าใจด้วย มิเช่นนั้นแล้วความรักอาจนำไปสู่การแปรเปลี่ยนเป็นทำร้ายลูกได้

 

 

คอลัมน์ Teen Around the Mom 22

 

บทความโดย

ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

แท็ก : ThaiPBSKids , ThaiPBS , Teen Around the Mom 22 , ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
Share