image

อ่านนิทานให้ลูกฟังเริ่มเมื่อไรดี ?

01 ก.พ. 64 เวลา 09.00 น.
Share

นิทาน คือ เครื่องมือกระตุ้นพัฒนาการทางด้านภาษา อารมณ์ และสมองได้อย่างดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับของเล่นหรือสื่อกระตุ้นพัฒนาการอื่น ๆ เพราะ ‘นิทาน’ เป็นสื่อการสอนที่ต้องอาศัย ผู้พูด และผู้ฟัง พ่อแม่พูดและเล่าเรื่อง ลูกรับฟัง ได้คำศัพท์ ได้คิด ได้เนื้อเรื่อง ได้ติดตาม ได้จินตนาการ แปลผล สื่อสารกลับ และต่อยอดพัฒนาการของสมองได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญก็คือ ช่วงเวลาในการอ่านหนังสือนิทานนั้นเป็น ‘เวลาคุณภาพ’ ที่ง่ายที่สุดที่พ่อแม่กับลูกได้ใช้ร่วมกัน นอกจากนั้นยังถือเป็นกิจวัตรที่ยึดเรา-ลูกให้มีสายสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน หลายบ้านใช้ ‘การงดอ่านหนังสือนิทานก่อนนอน’ เป็นวิธีการลงโทษที่ได้ผลชะงัดในการปรับพฤติกรรมของลูกเสียด้วยซ้ำ

 

..."ดังนั้นพ่อแม่ควรอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังตั้งแต่เล็กนั่นเอง"...

 

ยิ่งอ่านเร็ว ลูกยิ่งได้ศัพท์ในคลังของสมองมากขึ้น กระตุ้นให้เกิดการใช้ภาษา สื่อสารได้เร็วขึ้น และพูดคำที่มีความหมายได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพ่อแม่เล่านิทานอย่างละมุนละม่อม พูดชัดถ้อยชัดคำ พูดไม่เร็วเกินไป เว้นช่องว่างให้ลูกค่อย ๆ ได้ใช้สายตามอง ใช้มือชี้ และสร้างคำถาม-คำตอบที่เหมาะสมระหว่างการอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง ลูกก็ยิ่งเก่งในการออกเสียงและการใช้ภาษามากขึ้น

การเลือกเนื้อเรื่องที่ดี ส่งผลต่อตรรกะ วิธีคิด และเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะในปัจจุบันนั้นมีนิทานหลากหลายเรื่องราวให้เราได้เลือกซื้อมาอ่านให้ลูกฟังที่เกี่ยวกับทุกแง่มุมของชีวิตหรือกระทั่งกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ แปรงฟัน การกินอาหาร การกินผักผลไม้ การขับถ่าย การทำงานบ้าน การดูแลตัวเอง การแบ่งปัน การทะเลาะกับเพื่อน การไม่ระมัดระวังตนเอง และการมีสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัว นอกจากนั้นยังให้ลูกได้เรียนรู้เหตุและผลผ่านสถานการณ์ในหนังสือนิทานได้อย่างแยบยล เช่น รถไฟเจ้าปัญหาที่ไม่ยอมรอคนขับรถไฟ เจ้ารถไฟคิดว่าตัวเองเก่งพอที่จะทำงานง่าย ๆ อย่างการขนส่งผักผลไม้ไปยังสวนสัตว์ แต่สุดท้ายแล้วก็เกิดปัญหาขึ้นที่จะต้องแก้ไขจนสุดท้ายก็สามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน ๆ และคนขับรถไฟที่ตามมาในภายหลัง ซึ่งทุกเรื่องราวทุกเหตุการณ์ที่อยู่ในนิทานสามารถนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิตของเราได้เสมอนั่นเอง

 

แล้วจะเริ่มอ่านหนังสือนิทานเมื่อไรดี ?

 

การอ่านนิทานให้ลูกฟังเริ่มได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องคุณแม่แล้ว

เพราะเด็กในท้องสามารถได้ยินเสียงจากภายนอกได้แล้ว การพูดคุยหรือการอ่านนิทานก็เป็นวิธีหนึ่งที่เป็นการสื่อสารระหว่างกัน เมื่อแรกเกิด เด็กทารกแรกเกิดยังเห็นภาพได้เพียงแค่ขาว-ดำ การสบตาจ้องมองยังทำได้แค่ช่วงสั้น ๆ ในหลักวินาที และระยะการมองเห็นยังสั้นเหมือนคนสายตาสั้นมาก ดังนั้นการอ่านนิทานจะเป็นไปในเชิง ‘อ่านออกเสียงให้ลูกฟัง’ เป็นหลัก เมื่อเติบโตมากขึ้นสายตา สมาธิ และระยะการมองเห็นจะพัฒนาดีขึ้น พ่อแม่ก็สามารถเริ่มอ่านหนังสือนิทานได้ยาวนานมากขึ้น

 

แต่เด็กจะยังไม่ได้รู้เกี่ยวกับเนื้อหาของนิทานหรอกครับ เน้นการชี้ พูด และให้ศัพท์กับลูกมากกว่าเข้าใจเนื้อหา ดังนั้นหนังสือที่ดีก็คือ หนังสือภาพที่ภาพใหญ่ ชัด ตัวหนังสือให้อ่านน้อย หรือพวกหมวด First 100 Words ที่เน้นคำศัพท์มากกว่า จากนั้นก็ค่อย ๆ พัฒนาเป็นเนื้อเรื่องสั้น ๆ หน้าละ 1 ประโยคเป็นเนื้อเรื่องที่ยาวขึ้นได้ตามวัย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพลิกดูว่าหนังสือนิทานแต่ละเล่มนั้นเหมาะกับเด็กอายุเท่าไรได้เลย

 

วิธีการอ่าน ไม่ยาก ไม่ง่าย ก็คือ อ่านอย่างสม่ำเสมอ ตรงเวลาทุกวันได้ยิ่งดีเพื่อให้เด็กยึดเป็นกิจวัตรหนึ่งของชีวิตโดยทั่วไปมักเป็นช่วงเวลาก่อนนอน อ่านออกเสียงไปเรื่อย ๆ ในช่วงแรกที่เริ่มอ่าน เด็กเล็กอาจไม่สนใจที่จะนั่งอ่านพร้อมกัน คุณพ่อคุณแม่อย่าคิดมาก อ่านต่อไปอย่าย่อท้อ เพื่อให้เสียง ให้ภาพ และให้พ่อแม่ค่อย ๆ ดึงลูกเข้ามาใกล้ขึ้น ๆ เพราะไม่มีของเล่นใดน่าสนใจไปกว่าคุณพ่อคุณแม่ตัวเป็น ๆ ที่อยู่ตรงหน้าหรอก และการอ่านไม่จำเป็นต้องอ่านตามตัวหนังสือทุกคำทุกประโยค คุณพ่อคุณแม่สามารถใส่ตรรกะความคิดที่ดีลงไปในเนื้อหา ถามเพื่อกระตุ้นบทสนทนา ถามเพื่อกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้เพื่อให้ลูกตอบและคิด เช่น “หนูว่าทำไมเจ้าเป็ดน้อยถึงหลงทางนะ ?” “ถ้าหนูหลงทาง หาพ่อกับแม่ไม่เจอ เราต้องทำอย่างไรบ้าง” เป็นต้น

 

..."อ่านนิทาน เริ่มเมื่อไร ?"...

คำตอบก็คือ..."วันนี้ครับ เริ่มเลย ไม่ต้องรอ"...

 

บทความโดย

ผศ.นพ. วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ เจ้าของแฟนเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ