image

โปรดอย่าประจานลูกลงโซเชี่ยลมีเดีย

26 ก.พ. 64 เวลา 09.00 น.
Share
คุณเป็นพ่อแม่ที่ชอบประจานลูกลงโซเชี่ยลมีเดีย ? 
หรือเวลาทะเลาะกับลูกแล้วโลกต้องรู้ ?
หรือชอบโพสต์เรื่องแย่ ๆ ของลูก ?
หรือไม่ก็เป็นการระบายความรู้สึก ตำหนิ ประชดประชัน ด่าทอ ฯลฯ โดยไม่ได้คิดว่าถ้าลูกมาเห็นข้อความดังกล่าวแล้วจะรู้สึกอย่างไร ?

ถ้าใช่ล่ะก็ คุณเป็นพ่อแม่ที่กำลังทำร้ายลูกและตัวคุณเองด้วย

 

ความคิดที่ว่าพื้นที่บนโลกออนไลน์ที่ใช้ชื่อของตัวเองเป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะบนโลกออนไลน์ไม่มีคำว่าพื้นที่ส่วนตัว  

 

ยุคนี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยใช้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ในการระบายเรื่องราวส่วนตัว ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึก ความในใจ ต่อว่าผู้อื่น ประเภทชอบใครไม่ชอบใครก็ถูกนำไปโพสต์ต่าง ๆ นานา ซึ่งบางโพสต์นำไปสู่การใช้ภาษาสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) หรือนำไปสู่การรังแกกันบนโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) อีกต่างหาก

 

หลายกรณีที่ได้กลายเป็นประเด็นบานปลายกลายเป็นทะเลาะเบาะแว้งก็มีมากมาย 

 

เราเองก็ยังไม่ชอบให้ใครมาว่าเรามิใช่หรือ แล้วทำไมพ่อแม่บางคนถึงยังเลือกวิธีประจานเรื่องด้านลบของคนที่เรารัก หรือไม่ชอบผ่านโลกออนไลน์เล่า !

 

ลองนึกภาพเมื่อแม่ลูกทะเลาะกัน ไม่พูดกัน แล้วฝ่ายหนึ่งไปโพสต์ต่อว่าลงเฟสบุ๊ค โดยใช้ภาษาประชดประชัน และเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไปเห็น ก็ต้องเกิดความไม่พอใจ จนทำให้จากที่ทะเลาะกันเรื่องหนึ่ง กลายเป็นทะเลาะเพิ่มอีกเรื่องหนึ่ง 

 

ยิ่งถ้าลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น เขายิ่งไม่ชอบแน่ที่จะให้พ่อแม่โพสต์เรื่องของเขาในทางลบ เช่น แม่โกรธลูกก็โพสต์ต่อว่าลูกบนโซเชี่ยลมีเดีย พอลูกมาอ่าน ก็จะโกรธมากเช่นกัน เพราะเหมือนถูกประณาม เพื่อนลูกก็รับรู้ ก็ทำให้รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ไว้หน้า จากเรื่องเล็ก ๆ ที่สามารถจะเคลียร์ได้เมื่อพูดคุยกัน แต่เมื่อมีเรื่องการประจานกันออกสื่อก็เลยทำให้เกิดอาการเคือง โกรธ และไม่พูดกัน กลายเป็นบานปลายไปซะแล้ว และต่อให้ในภายหลังพ่อแม่เกิดรู้สึกผิดและลบโพสต์ออกไป แต่อารมณ์คุกรุ่นของอีกฝ่ายก็ยากที่จะลบเลือนได้ง่ายซะแล้ว 

 

เพราะเมื่อคนเราขาดสติ ขาดการคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง ก็อาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ในทันที 

 

อย่าลืมว่าช่วงวัยก็มีความสำคัญมิใช่น้อย  

 

ฉะนั้น โปรดคิดสักนิดก่อนโพสต์เรื่องแย่ ๆ ประเภทต่อว่าคนที่เรารักบนโลกออนไลน์ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่วูบนั้นอาจนำพาให้ชีวิตของเราพังได้เช่นกัน และอาจกลายเป็นทำร้ายคนที่เรารัก 

 

สิ่งที่ควรคำนึงเมื่อพ่อแม่ลูกทะเลาะกัน

 

อย่าโพสต์โซเชี่ยลมีเดีย

เมื่อเกิดปัญหากันระหว่างพ่อแม่ลูก พยายามหาทางทำให้อารมณ์สงบให้เร็วที่สุด เรียกสติและควบคุมตัวเองให้ได้ ถ้าคุณเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้ไม่ดีนัก ก็อย่าเพิ่งใช้โซเชี่ยลมีเดีย เพราะอาจเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ระบายความรู้สึกผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกดีที่ได้ระบายความรู้สึกในขณะนั้น แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อผู้คนเข้ามาอ่านก็อาจกลายเป็นประเด็นขยาย อาจมีข้อตกลงตอนอารมณ์ปกติร่วมกันว่าถ้าสมาชิกในครอบครัวมีการทะเลาะกัน จะไม่นำเรื่องราวไปโพสต์โซเชี่ยลมีเดียเด็ดขาด 

 

ความในอย่านำออก  

เมื่อคุณโพสต์เรื่องอะไร ก็เท่ากับบ่งบอกว่าคุณเป็นคนอย่างไรเช่นเดียวกัน แล้วเราจะแสดงออกด้วยการประจานตัวเองเพื่ออะไร โดยเฉพาะเรื่องทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องให้เพื่อนในโลกออนไลน์รับรู้ก็ได้ เพราะเรื่องที่ทะเลาะเบาะแว้งกันก็เป็นเรื่องในครอบครัวอยู่ดี คำสุภาษิตยังคงใช้ได้อยู่เสมอคือ “ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” หรืออีกประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ คือ “ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า” ก็คือเรื่องราวไม่ดีภายในครอบครัวไม่ควรนำไปเล่าให้คนนอกบ้านฟัง และเรื่องราวไม่ดี คำนินทาว่าร้ายที่คนภายนอกพูดถึงคนในครอบครัวก็ไม่ควรนำมาเล่าให้คนภายในครอบครัวฟัง

 

โหยหาการได้รับความสนใจ

งานวิจัยทางจิตวิทยาจาก Union College of New York ระบุว่า คนที่โพสต์บนโลกออนไลน์บ่อยมากเท่าไร ก็เพราะต้องการความสนใจจากเพื่อน และมักจะโหยหาความเป็นที่สนใจอย่างทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ซึ่งจะรู้สึกดีเมื่อมีคนสนใจเวลาที่มีคนมากดไลค์กับเรื่องที่โพสต์ บางคนก็อาจคิดว่าถ้านำเรื่องที่ทะเลาะมาโพสต์ลงออนไลน์ ก็หวังจะได้รับความสนใจ หรือเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนในโลกออนไลน์ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป โลกบนความเป็นจริงยังดำรงอยู่ ในขณะที่โลกเสมือนจริงก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องของคุณแล้ว 

 

ต้องรู้จักและเข้าใจลูก

ถ้าพ่อแม่เข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก ก็จะพยายามสลายช่องว่างระหว่างวัย สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือทำตัวให้เป็นคนที่ลูกไว้วางใจ ถ้าพ่อแม่พูดคุยกับลูกทุกเรื่อง และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ลูกก็กล้าที่จะพูดกับพ่อแม่ แม้จะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง แต่ทุกคนก็จะไว้วางใจกันว่าจะสามารถเคลียร์กันได้ 

 

ทุกครั้งที่คิดจะโพสต์บนโลกออนไลน์ ต้องตระหนักด้วยว่าจะไปกระทบผู้อื่นหรือไม่ทุกครั้ง อย่าโพสต์โดยใช้อารมณ์ และความรู้สึกเป็นตัวตั้ง แต่ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะตามมาจากการโพสต์ข้อความด้วยว่าจะทำร้ายความรู้สึกของคนที่เรารักด้วยหรือไม่ 

 

ทุกวันนี้เรากำลังเผชิญกับสังคมที่เต็มไปด้วยการระบายอารมณ์ความรู้สึกบนโลกออนไลน์รายวัน เด็กและเยาวชนก็มีภาวะความเสี่ยงในการได้รับผลกระทบและเห็นแบบอย่างอยู่ทุกวี่วัน แล้วใยเราจะกลายเป็นพ่อแม่ที่ทำร้ายลูกกระนั้นหรือ 

 

อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายความรู้สึกและความไว้วางใจที่ลูกมีกับคุณไปตลอดกาล....

 

คอลัมน์ Teen Around the Mom 28

บทความโดย ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน