image

ลูกเรียนเก่งแต่ไม่มีภาวะผู้นำ !

05 มี.ค. 64 เวลา 09.00 น.
Share
ทำไมลูกเรียนเก่งแต่ไม่ได้เป็นผู้นำ ?
อยากให้ลูกมีภาวะผู้นำ

เด็กเรียนเก่งไม่ได้หมายความว่าต้องได้เป็นผู้นำเสมอไป แม้ที่ผ่านมาเด็กเรียนเก่งมักได้รับโอกาสจากคุณครูในการให้เป็นผู้นำ เช่น หัวหน้าห้อง แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็อาจพบว่าผู้นำที่คุณครูเลือกก็อาจไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ ในทางตรงกันข้าม เด็กนักเรียนบางคนอาจไม่ได้อยู่ในสายตาคุณครู แต่กลับได้รับการยอมรับจากเพื่อนให้เป็นผู้นำในสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ได้

 

ทักษะการเป็นผู้นำมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นรากฐานที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตแทบจะทุกด้านไม่ว่าเรื่องการเรียน การงาน ครอบครัว รวมไปถึงการอยู่ร่วมในสังคม ซึ่งสังคมไทยก็ต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีภาวะผู้นำเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ 

 

ปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีความเข้าใจว่า ผู้นำ (leader) เป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ในความเป็นจริงทุกคนสามารถที่จะพัฒนาภาวะผู้นำ (leadership) ได้ เพราะการพัฒนาภาวะผู้นำนั้นเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องได้รับการบ่มเพาะ ฝึกฝน สั่งสมชีวิต ประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจ รวมไปถึงการถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก การถูกหล่อหลอมจากสภาพแวดล้อม และการฝึกฝนทักษะในด้านต่าง ๆ เป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง

 

และคนที่ทำหน้าที่บ่มเพาะได้ดีที่สุดก็คือพ่อแม่ หรือผู้ใกล้ชิดเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดู การเป็นแบบอย่างที่ดี การสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อส่งเสริมให้ลูกได้มีโอกาสฝึกฝนการเป็นผู้นำที่ดี 

 

เด็กจำนวนไม่น้อยอาจมีภาวะผู้นำเวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อน แต่เมื่ออยู่บ้านพ่อแม่กลับไม่เห็นศักยภาพในตัวลูกก็มี ฉะนั้น เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก และทำหน้าที่กระตุ้นให้ลูกได้มีโอกาสแสดงภาวะผู้นำในหลากหลายสถานการณ์

 

ฝึกให้รับผิดชอบ

เริ่มจากการฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบตามวัยตั้งแต่เล็ก เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ และค่อย ๆ ขยับให้ยากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากรับผิดชอบตัวเอง จากนั้นก็มอบหมายให้รับผิดชอบภายในบ้าน และขยายไปสู่รับผิดชอบต่อเรื่องอื่น ๆ ที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวัยรุ่นต้องให้ลูกได้เรียนรู้ความหมายของคำว่ารับผิดชอบด้วย คือ ต้องรับผิด และรับชอบ มิใช่รับชอบอย่างเดียว แต่ไม่ยอมรับผิด เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำที่ดี

 

ฝึกให้รับฟังผู้อื่น 

การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ถึงความแตกต่างทางความคิด ซึ่งจะทำให้การอยู่ร่วมกันของเพื่อนหรือของกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างให้สามารถทำงานร่วมกัน หรือการพยายามหาจุดกึ่งกลางที่จะทำงานร่วมกันได้ เพราะผู้นำที่ดีต้องไม่ใช้อำนาจสั่งให้คนทำตามใจตนเองเท่านั้น

  

ฝึกให้มีความมั่นใจ 

พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ จะช่วยหล่อหลอมความเชื่อมั่น และสร้างให้ลูกเป็นคนที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ซึ่งเป็นภาวะที่สำคัญของการเป็นผู้นำ ไม่ว่าลูกจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม ความกล้าแสดงออก จะทำให้ลูกโดดเด่น จนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป

 

ฝึกให้มีเป้าหมาย 

การวางเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน มักนำพาชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งวิธีง่ายๆ ก็เริ่มจากการฝึกให้ลูกได้วางแผนในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ลูกฝึกทำตารางกิจวัตรประจำวันของตนเอง หรือการชวนลูกพูดคุยถึงอนาคตที่ลูกอยากจะเป็น และฝึกคิดถึงขั้นตอนและวิธีการ รวมถึงการลงมือทำเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย

 

ฝึกจากเรื่องจริง 

พ่อแม่ควรชี้ให้เห็นมุมมองที่เหมาะสมในการเป็นผู้นำให้ลูกได้เข้าใจ โดยอาจยกตัวอย่างจากข่าวสารบ้านเมือง บุคคลสำคัญ ภาพยนตร์ หนังสือ หรือบุคคลใกล้ชิดที่รู้จัก ฯลฯ และชี้ให้ลูกได้เห็นตัวอย่างการเป็นผู้นำที่ดีบ่อย ๆ ผ่านสถานการณ์จริง 

 

ทักษะเรื่องผู้นำมีความสำคัญมากในยุคนี้ ยิ่งในยุคที่การแข่งขันสูง พ่อแม่อย่ามัวส่งเสริมเรื่องวิชาการให้ลูกอย่างเดียว เพราะเมื่อลูกต้องเติบโตขึ้นทุกวัน ทักษะชีวิตมีความสำคัญมาก 

 

เราคงไม่อยากให้ลูกได้ชื่อว่า “เรียนหนังสือเก่งแต่ไม่มีความเป็นผู้นำ” ในอนาคต

 

เร่งฝึกเสียตั้งแต่วันนี้ 

 

คอลัมน์ Teen Around the Mom 29

บทความโดย ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน