image

“ประโยชน์ของการเล่นตบแปะ” การเล่นที่ดูน้อยนิด แต่คุณค่ามหาศาล

30 มี.ค. 64 เวลา 09.00 น.
Share

ย้อนไปยุคก่อนจะมีอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์สมาร์ทโฟน สมัยนั้น เด็กๆ ไม่มี Youtube ดู ไม่มีไอโฟน ไม่มีไอแพด ไม่มีอินเตอร์เน็ตที่เร็วพอจะโหลดหนังเป็นเรื่องๆ ได้

 

กิจกรรมยอดนิยมในเวลานั้นของเหล่าเด็กผู้หญิง คือ การเล่นหมากเก็บ และกระโดดยาง ใครไปถึงอีหัวได้นี่ คือ ทุกคนจะยกให้เป็นเจ้าแม่หนังยางกันเลยทีเดียว ส่วนเด็กผู้ชาย คือ การเล่นดีดลูกเเก้ว ตีการ์ด (ที่แถมจากขนมถุงละ 5 บาท) เตะบอล และอื่นๆ แต่มีเกมที่ทุกคนชอบเล่นไม่ว่าจะหญิงหรือชาย นั่นคือ บอลลูนด่าน ตี่จับ ซ่อนแอบ แปะแข็ง กระต่ายขาเดียว และท่ีขาดไม่ได้ คือ “การเล่นตบแปะนานาชนิด”

 

***

 

“การเล่นตบแปะ” คือ การละเล่นที่ใช้มือเล่นเป็นหลัก และต้องมีผู้ร่วมเล่น 2 คนขึ้นไป บางการตบแปะเล่นไป 5-6 คนพร้อมกันเลยทีเดียว


“ประโยชน์ของการเล่นตบแปะ” มีดังนี้

 

(1) ฝึกการสื่อสารสองทาง (Two way communication)

เวลาเล่น เราจะมีเนื้อร้องระหว่างเล่นไปด้วย หรือ มีคำพูดที่บอกจังหวะเวลาเล่น ว่า เราจะออกท่าทางเมื่อไหร่ และตอนไหนที่เราต้อง เป่า ยิง ฉุบ นอกจากนี้ เป็นการฝึกการสื่อสารทางกาย คือ การมองตาคู่สนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ และฟังอีกฝ่ายด้วยว่า เขาออกท่าทางอะไร ที่สำคัญเราสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนจากการเล่นตบแปะได้

 

(2) ฝึกสหสัมพันธ์ตาและมือ (Eye-hand coordination)

ขณะที่เราเล่นตบแปะกับเพื่อน เราจะตบมือให้ตรงกับมือของเพื่อน ออกท่าทางให้ตรงกับเนื้อร้อง และเราจะต้องมองเมื่อเพื่อนออกท่าทางอะไร แล้วเราต้องตอบสนองเพื่อนอย่างไร เช่น เวลาเล่นปิ่งป่องแช่ เมื่อเราต้องเป่า ยิง ฉุบ แล้วเพื่อนออกกระดาษ เราออกกรรไกร (กรรไกรชนะกระดาษ) เราต้องสะบัดมือด้านบนเพราะเราชนะ ส่วนเพื่อนต้องสะบัดมือด้านล่างเพราะเป็นผู้แพ้ เป็นต้น

 

(3) ฝึกการคาดการณ์วางแผนล่วง

การตบแปะบางเกม เช่น "เป่า ยิง ฉุบ" และ "Street fighter" เราต้องออกท่าทางที่จะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้

 

(4) ฝึกการตอบสนองอย่างฉับไว 

เกม ABC ที่จำเป็นต้องตอบสนองโดยออกท่าทางไม่ให้ตรงกับตัวอักษรที่ผู้พูดทันที เป็นการฝึกความไวของประสาทสัมผัส ซึ่งช่วยการกระตุ้นการคิดอย่างฉับพลัน ช่วยให้เด็กๆ ตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น


(5) ฝึกสมาธิและความจำ

เกมตบแปะนับเลข คือ การตบแปะที่เบิ้ลไปเรื่อยๆ จากครั้งแรกตบแปะเเค่ 1 ครั้ง รอบที่สอง 2 ครั้ง รอบที่สาม 3 ครั้ง และจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เกมไม่มีจุดสิ้นสุด มีแค่เพียงว่า คู่ใดสามารถตบแปะนับเลขได้ไปไกลกว่ากันเท่านั้นเอง ขณะที่ตบแปะ เราต้องจำจำนวนครั้ง เพื่อจะได้ตบแปะได้ตามจำนวนครั้งที่ถูกต้อง และเราต้องใช้สมาธิมหาศาลเพื่อให้ตบแปะอย่างรื่นไหล


(6) ฝึกการวางเเผนการเคลื่อนไหว

เกมทำเหมือนกัน คือ เกมที่เพื่อนจะออกท่าทางให้เราทำตามให้เร็วที่สุด ถ้าเราทำช้า เราจะแพ้ ดังนั้นเมื่อเห็นท่าทาง เราต้องคิด ออกท่าให้ไว และเมื่อทำเสร็จเราต้องคิดท่าของเราที่ให้เพื่อนทำตามด้วย วนไปเรื่อยๆ เกมจะจบเมื่อเราทำท่าซ้ำ หรือ ทำตามไม่ทัน หรือ ไม่เหมือนนั่นเอง

หรือ เกม “กรรไกร ไข่ ผ้าไหม” ซึ่งเราต้องร้องไปทำท่าพร้อมกันไป ถ้าเราคิดไม่เร็วพอ ท่าทางจะออกช้า และออกท่าไม่ทันคำร้องที่เราร้องอยู่นั่นเอง เกมนี้เด็กๆ ชอบแข่งกันว่าใครร้องและทำท่าได้เร็วกว่ากัน


(7) ฝึกสหสัมพันธ์ซ้ายขวา (Bilateral coordination)

เวลาเล่นเกมตบแปะ ส่วนใหญ่เราต้องใช้มือทั้งซ้ายและขวา ดังนั้นเมื่อเราใช้มือทั้งสองข้างในการออกท่าทาง และเคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน สหสัมพันธ์ซ้ายขวาเราจะดีขึ้น

ข้อดีของการมีสหสัมพันธ์ซ้ายขวาที่ดี คือ เราจะสามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้สองมือได้ดีขึ้น เช่น

การกินข้าว (ใช้มือทั้งสองจับช้อนส้อม หรือ มีดส้อม หั่นอาหาร เขี่ยอาหารเข้าช้อน เป็นต้น)

การตัดกระดาษ (มือหนึ่งจับกรรไกรตัด มือหนึ่งจับกระดาษหมุนตามทิศทางการตัด)

การวาดรูป การเขียนหนังสือ (มือหนึ่งจับอุปกรณ์เครื่องเขียน มือหนึ่งจับกระดาษไว้ไม่ให้ขยับ)

การเล่นดนตรี และการเล่นกีฬาต่างๆ

 

(8) ฝึกทิศทาง หรือ คำบุพบท (Prepositions)

เกมตบแปะอย่าง "นางเงือกน้อย" "ปิงป่องแช่" และอื่นๆ สามารถสอนเด็กๆ ให้รู้จัก "ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างๆ ซ้าย ขวา บน ล่าง” ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะระหว่างเล่น เราต้องพูดด้วยว่า เราต้องตบตรงไหน เช่น “นางเงือกน้อยลอยไปลอยมา ตบชั้นบน (ตบมือข้างบน) ตบชั้นล่าง (ตบมือข้างหน้า) ตบข้างหลัง (เอาหลังมือตบเข้าหากัน) ตบข้างหน้า (เอาฝ่ามือตบเข้าหากัน) ตบพร้อมๆ กัน”


(9) ฝึกการนับเลข ลบเลข บวกเลข อย่างเป็นรูปธรรม

เกมไข่แตก “ไข่ฟองหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ แตกดังโพล๊ะ เหลือไข่ฟอง)

เกมนางเงือกน้อย “ตบชั้นหนึ่ง ตบชั้นสอง ตบชั้นสาม”

เกมปลาฉลาม “1 2 3 ปลาฉลามขึ้นบก 4 5 6 จิ้งจกยัดไส้” เป็นต้น

เด็กบางคนนับเลขไม่เป็น แต่พอมาเล่นเกมตบแปะเหล่านี้ กลับนับเลขได้ถูกต้อง และบวกลบเลขตามธรรมชาติ ได้โดยยังไม่รู้จักเครื่องหมาย +, - เลยเสียด้วยซ้ำ

 

(10) เพิ่มพูนภาษาและจังหวะจะโคน

เกมตบแปะส่วนใหญ่จะมีเนื้อร้องที่เป็นคำกลอนที่มีคำคล้องจองกันอยู่ ทำให้เรารู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ และฝึกการร้องเป็นจังหวะ ทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการเล่นดนตรี การอ่านออกเสียงในภาษาไทย

นอกจากนี้ยังมีคำกลอนต่างๆ ที่เด็กๆ ชอบร้องเล่น แต่คำกลอนเหล่านี้ช่วยเพิ่มคลังคำทางภาษา เช่น “ผู้ใหญ่ขายผ้าใหม่” “จ้ำจี้มะเขือเปราะแปะ" และ “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า” เป็นต้น


(11) การเป็นผู้นำและผู้ตาม

ทุกการเล่นตบแปะ เราจะผลัดกันนำ ผลัดกันตาม เมื่อถึงตามตัวเองเราจะนำเพื่อนออกท่าทาง และเมื่อถึงตาเพื่อนเราจะตั้งใจดูเพื่อนทำท่า

 

(12) ฝึกเป็นทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ

การเล่นตบแปะ มีแพ้มีชนะเป็นธรรมดา เด็กๆ ที่เล่นตบแปะจะได้รับรู้ว่า ตนเองแพ้ชนะอยู่สม่ำเสมอ เด็กๆ จึงยอมรับกับผลเหล่านี้ได้ โดยไม่สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง หรือ เก็บเอามาเป็นอารมณ์ เพราะเขาเล่นใหม่ได้เรื่อยๆ

 

(13) เล่นรอเวลาได้โดยไม่ต้องมีของเล่นใดๆ

การเล่นตบแปะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ขอแค่มีคนสองคนก็สามารถเล่นได้แล้ว สมัยก่อนเด็กๆ จึงเล่นตบแปะระหว่างรอเวลาเข้าเรียน รอพ่อเเม่ทำธุระ รอของกินในร้านอาหาร และระหว่างเดินทาง

 

(14) สอนเรื่องสัญลักษณ์

“กรรไกร ชนะ กระดาษ

กระดาษ ชนะ ค้อน

ค้อน ชนะ กรรไกร”

 

“มือประกบกันแบบนี้เรียกว่า A

มือกำไว้แบบนี้เรียกว่า B”

 

เด็กรู้จักใช้สัญลักษณ์เพื่อสื่อสาร และได้ใช้จินตนาการเพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างสัญลักษณ์กับของจริง

 

***

 

แม้การเล่นตบแปะจะใช้ทรัพยากรน้อยนิด กล่าวคือ แค่คนสองคน และมือเราเองสองมือ แต่คุณประโยชน์นั้นมีมากมาย ขอเพียงผู้ใหญ่หาเวลา วางหน้าจอลง และชวนเด็กๆ มาเล่นด้วยกัน

 

ไม่ว่า วันนี้จะมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย และเด็กๆ จะมีของเล่นแสนสวยราคาแพง แต่การเล่นตบแปะกับพ่อแม่ และเพื่อนๆ ของเขาอาจจะเป็นความทรงจำที่จะติดตัวเขาไปจนโต เหมือนที่ตัวเราเองก็มีความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานจากการได้เล่นนี้เช่นกัน

 

บทความโดย

เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว เจ้าของแฟนเพจตามใจนักจิตวิทยา