image

พัฒนาการเด็กด้านต่าง ๆ ด้วย “สีเทียน สีไม้ สีเมจิก สีน้ำ”

20 ก.ค. 64 เวลา 09.00 น.
Share

_____

 

แม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีโปรแกรมวาดรูประบายสีที่มีอุปกรณ์ให้เลือกสรรผ่านทางหน้าจอมากมาย ผู้ใหญ่ไม่ต้องเก็บกวาดเช็ดถูเมื่อเด็กระบายสีเสร็จ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการวาดภาพระบายสีผ่านหน้าจอไม่สามารถทดแทนประสบการณ์จากการใช้สีจริง ๆ เหล่านี้ได้

 

สีเทียน

สีเทียนน่าจะเป็นสีประเภทแรกที่เด็ก ๆ ควรได้สัมผัสชีวิตของพวกเขา เนื่องจากขนาดที่ง่ายต่อการหยิบจับและความทนทานต่อแรงกดของเด็กน้อย เด็กวัย 1-1 ขวบครึ่ง สามารถกำสีเทียนได้ (Cylindrical Grasp) สีเทียนมีหลายขนาดและหลายรูปทรง แต่ไม่ว่าจะด้วยรูปทรงใดเมื่อเด็กน้อยลงมือละเลงสีเทียนลงบนกระดาษ ประโยชน์ของสีเทียนต่อพัฒนาการของเด็ก มีดังนี้

 

1. พวกเขาต้องออกเเรงกด และระบายลงไป ซึ่งส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อมัดเล็กของพวกเขาให้มีความทนทาน (Endurance)

2. ตาและมือที่ประสานกันเพื่อจะละเลงสีให้ถูกจุด (Eye-hand coordination)

3. การใช้มือข้างที่ถนัดหยิบจับสีเทียน และอีกมือหนึ่งช่วยจับกระดาษไว้ ทำให้เด็กพัฒนามือข้างที่ถนัดของตน และการทำงานประสานกันระหว่างร่างกายทั้งสองซีก (Bilateral coordination) ซึ่งจะส่งผลต่อการเขียน การใช้กรรไกรตัดกระดาษ และการทำกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวันของเด็กด้วย

4. สีเทียนยังกระตุ้นการรับสัมผัสทางกลิ่นของเด็ก ๆ ได้ด้วย (กลิ่นขี้ผึ้ง) ผู้ใหญ่อย่างเราหากได้ดมกลิ่นสีเทียน กลิ่นนั้นอาจจะพาเราย้อนกลับไปวัยเด็กของเราโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ถ้าใครจำกลิ่นสีเทียนได้ อย่างน้อยวัยเด็กของเราย่อมสิ่งดีๆ เกิดขึ้นหนึ่งอย่างแล้ว 

 

 

 

5. สีเทียนที่หักใช่ว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าเด็ก ๆ ทำสีเทียนนั้นหักเป็นท่อนเล็ก ๆ อย่าเพิ่งทิ้ง เก็บไว้ให้เขาใช้ต่อ เพราะสีเทียนท่อนเล็ก ๆ นั้น ถ้าเด็กนำไประบาย เขาจะต้องใช้ความพยายามในการหยิบแท่งสีนั้นมาใช้ และต้องออกแรง และใช้นิ้วเล็ก ๆ ทั้งสามนิ้ว (นิ้วชี้ กลาง โป้ง) ของเขาจับมัน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้การจับแบบ Tripod grasp โดยที่เขาไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นท่าทางแบบเดียวกับการจับดินสอสำหรับเขียนในอนาคต

6. สีเทียนไม่จำเป็นต้องระบายในกระดาษสีขาวอย่างเดียว ถ้าเรานำสีเขียนไประบายบนกระดาษที่มีพื้นผิวที่แตกต่างกัน เช่น กระดาษทราย กระดาษกล่องลัง หรือ กระดาษสี เด็ก ๆ จะได้พัฒนาการความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กให้กับเด็ก ๆ ได้อีกด้วย

7. แม้เด็กเล็กยังไม่สามารถวาดรูปได้ออกมาเป็นภาพที่มีรูปทรงหรือมีความหมายที่ชัดเจน แต่ด้วยความไม่ชัดเจนของภาพทำให้เด็ก ๆ ต้องใช้จินตนาการมากขึ้นเพื่อบอกเราว่า ภาพนั้นเป็นภาพอะไร เด็กบางคนวาดเส้นหนึ่งเส้น แล้วบอกเราว่า นั่นคือต้นไม้ จินตนาการจึงถูกพัฒนาอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อเราปล่อยให้เขาได้วาดบนกระดาษเปล่า

 

*** ข้อควรระวังสำหรับเด็กที่เล็ก ๆ มาก ๆ คือ การนำสีเทียนเข้าปาก ควรเลือกสีเทียนปลอดสารพิษที่มีขนาดตัวด้านขนาดใหญ่ และระวังเศษสีเทียนแท่งเล็ก ๆ ติดคอ ผู้ใหญ่ควรให้ความดูแลใกล้ชิดในเด็กเล็ก ***

 

สีไม้

สีไม้เป็นสีสามัญประจำบ้านแทบทุกบ้าน ทุกคนเคยใช้สีนี้มา แต่ถ้าตามพัฒนาการแล้ว เด็ก ๆ ที่เริ่มใช้สีได้ดี คือ ช่วง 2-3 ปีขึ้นไป เนื่องจากกล้ามเนื้อมือของเด็ก ๆ วัยนี้เริ่มที่จะแข็งแรงพอจะจับดินสอสีที่มีขนาดเล็กลงมาจากสีเทียนได้แล้ว วิธีการจับของเด็กวัยนี้เป็นแบบกำมือคว่ำลง (Digital Grasp) ส่วนประโยชน์ของสีไม้ต่อพัฒนาการของเด็ก มีดังนี้

 

1. เส้นสีที่ออกมาเมื่อเด็ก ๆ ระบายสีด้วยสีไม้ มีขนาดเล็กกว่าสีเทียนและสีประเภทอื่น ๆ มาก ทำให้เด็ก ๆ ต้องพยายามระบายด้วยความถี่ที่มากขึ้น ต้องควบคุมแรงและทิศทาง ซึ่งเป็นการฝึกความทนทานและเพิ่มความแข็งของกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือได้อย่างดี เรียนได้ว่า สีไม้เป็นเครื่องมือออกกำลังกายสำหรับมือทีเดียว

2. รายละเอียด ซอกหลืบของภาพสามารถระบายได้ด้วยสีไม้ สีไม้จึงเหมาะกับการเป็นสีที่ใช้ระบายภาพที่มีความละเอียดมากขึ้น ซึ่งทำให้เด็กต้องใช้สมาธิจดจ่อกับงานมากขึ้น

 

 

3. กลิ่นของสีไม้ก็มีเช่นกัน (กลิ่นไม้) ซึ่งกระตุ้นการรับสัมผัสกลิ่นได้อย่างดีในเด็ก ๆ แต่ละยี่ห้อก็มีเอกลักษณ์ของมัน ถ้าหากวัยเด็กใครเคยใช้ยี่ห้อไหน เราจะจำกลิ่นนั้นได้อย่างดี

4. การเหลาสีไม้สมัยก่อนต้องใช้มีดเหลา เสน่ห์ที่ได้จากการเหลาสีแบบนี้ ถ้ามีโอกาสลองทำให้เด็ก ๆ ดู เป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเด็ก ๆ ยุคนี้ทีเดียว

5. การเรียงสีในกล่องดูจะเป็นประเพณีบางอย่างสำหรับเด็ก ๆ (เชื่อว่ามีผู้ใหญ่หลายคนที่เคยเรียงสีในกล่องสีของตน) เราสามารถสอนเรื่องสีต่าง ๆ และการดูแลเก็บของ ๆ ตัวเองให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างดี

 

*** ข้อควรระวังในการใช้สีไม้ คือ การเหลาสีได้แหลม ๆ แล้วเด็กๆ วิ่งไปที่ต่าง ๆ ขณะถือสีไม้แท่งนั้นไปด้วย พ่อแม่ต้องให้ความดูแลใกล้ชิด เตรียมพื้นที่สำหรับวาดรูปให้เด็ก ๆ และตั้งกติกาชัดเจนว่า ให้ใช้สีไม้ขณะที่นั่งบนเก้าอี้หรือพื้นที่บริเวณนี้ ***

 

สีเมจิก

สีเมจิกเป็นสีที่พ่อแม่หลาย ๆ คนเป็นกังวล เพราะถ้าหากเด็ก ๆ นำสีเมจิกไปวาดตามกำแพง โซฟา หรือ บนใบหน้าของตัวเอง ดังนั้นสีเมจิกเหมาะกับเด็ก ๆ ที่เรียนรู้ไม่เอาสีเข้าปากของตัวเองแล้ว เด็กวัย 3 ปีขึ้นไปสามารถใช้สีเมจิกได้ แต่ผู้ใหญ่ควรให้ความดูแลใกล้ชิดอยู่ดี ประโยชน์ของสีเมจิก คือ

 

1. สีเมจิกโดดเด่นในเรื่องของเส้นที่สีเข้มคมชัดและสม่ำเสมอ ที่สำคัญสีเมจิกไม่สามารถลบออกได้ ดังนั้นเมื่อวาดรูปด้วยสีเมจิกเด็ก ๆ จะต้องใช้ความกล้าในการวาดลงไปอย่างไม่ลังเล สีเมจิกจึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเด็กเมื่อใช้

 

 

2. สีเมจิกมีสีสันที่สดใสกว่าสีประเภทอื่น ๆ ซึ่งสีสันที่สดนั้นกระตุ้นการรับรู้ทางสายตาของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี

3. สีเมจิกสามารถนำไปใช้วาดบนแกนกระดาษ กล่องลัง และพื้นผิวอื่นๆ สีเมจิกจึงเป็นสีคู่ใจสำหรับเด็ก ๆ เมื่อประดิษฐ์ของ เด็กหลายคนแค่เพียงนำสีเมจิกไปวาดเส้นขยุกขยุยบนกล่องลัง ก็สามารถเปลี่ยนกล่องลังนั้นเป็นยานพาหนะที่พาพวกเขาไปท่องในโลกจินตนาการได้

 

*** ข้อควรระวังสำหรับสีเมจิก คือ สีเมจิกไม่ควรวางไว้คู่กับสีมาร์กเกอร์ที่ติดถาวร (Permanent marker) ไม่เช่นนั้นผู้ใหญ่ได้ทำงานหนักแน่นอน ***


สีน้ำ

สีน้ำโดดเด่นในเรื่องของความยืดหยุ่น และการทดลอง เด็ก ๆ สามารถเล่นสีน้ำได้ตั้งแต่เริ่มหยิบจับอุปกรณ์ได้เลย ในเด็กเล็กมากสีน้ำที่ใช้อาจจะเริ่มจากแม่สีบวกกับอุปกรณ์อย่างฟองน้ำ เมื่อเด็กโตขึ้นมาหน่อยก็ผนวกสีน้ำกับแปรงขนาดใหญ่ ประโยชน์ของสีน้ำ มีดังนี้

 

1. สีน้ำทำให้เด็กได้เรียนรู้ ทดลอง และค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ถ้าเราให้เพียงแม่สี (น้ำเงิน แดง เหลือง) กับเด็ก ๆ ไป พวกเขาจะได้ทดลองผสมสีต่าง ๆ เข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นสีใหม่ ประสบการณ์นี้ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี

2. เนื่องจากสีน้ำเป็นของเหลว ดังนั้นเวลาเด็ก ๆ ระบายสีน้ำลงบนภาพของพวกเขา เขาต้องระมัดระวังมากกว่าการใช้สีประเภทอื่น เด็กๆ ได้ฝึกสมาธิมากขึ้นจากการใช้สีน้ำ

3. เมื่อสีน้ำควบคุมลำบาก ทำให้เด็ก ๆ ระบายออกนอกกรอบบ่อยครั้ง ณ จุดนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ความยืดหยุ่น และยอมรับว่าบางสิ่งก็เกินกว่าที่จะควบคุมได้

 

 

4. สีน้ำมักจับคู่กับอารมณ์ที่สงบและสบาย ๆ ดังนั้นเมื่อเด็กได้ใช้สีน้ำวาดและระบายสีภาพ อารมณ์ของพวกเขามักจะมีแนวโน้มเย็นสงบมากข้ึน

 

*** ข้อควรระวังสำหรับสีน้ำ คือ ผู้ใหญ่มีหน้าที่เตรียมพื้นที่สำหรับเลอะเทอะได้ แนะนำให้ปูผ้ายาง หรือ ให้เด็กไประบายสีน้ำในสวนไปเลย ทีนี้เลอะได้เต็มที่ ***

 

สำหรับสีประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ก็ล้วนมีคุณประโยชน์สำหรับเด็ก ๆ ทั้งสิ้น เพราะสีก็เปรียบเสมือนอุปกรณ์ที่ช่วยฉายความคิด จินตนาการ ความรู้สึกและอารมณ์ที่อยู่ภายในตัวของเด็ก ๆ ออกมาเป็นรูปธรรม การวาดภาพ ระบายสีจึงเป็นงานแรก ๆ ในชีวิตของมนุษย์เราที่เราได้มีโอกาสทำให้นามธรรมกลายเป็นรูปธรรม สื่อสารให้คนอื่นได้เข้าใจตัวเรา เด็กจึงได้เรียนรู้ตัวเองและเรียนรู้ที่จะสื่อสารให้ผู้อื่นรู้จักตัวเขาด้วย ส่วนพัฒนาการด้านร่างกายและสมองเป็นสิ่งที่ได้รับโดยตรงจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้

 

สำหรับผู้ใหญ่ เรามีหน้าที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ปลดปล่อยจินตนาการออกมาอย่างเต็มที่ ข้อจำกัดหรือการห้ามจึงควรเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องยอมรับว่าการเล่นสีต้องคู่กับการเลอะเทอะ แต่ความเลอะเทอะไม่ได้แปลว่าไม่ดี เพราะสุดท้ายเราสามารถทำความสะอาดไปพร้อมกับเด็ก ๆ ได้ (เป็นโอกาสดีเสียอีกที่ได้สอนเข้าทำความสะอาด) แต่การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การเติบโตทั้งทางความคิด ร่างกาย และจิตใจของเด็ก

 

วันนี้ถ้ามีโอกาส ชวนเด็กวาดรูป เล่นสีกันด้วยกัน “ยิ่งเล่น ยิ่งพัฒนา”

 

บทความโดย

เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว

 

_____