image

การสอนสั่ง” ไม่เท่ากับ “การลงโทษ

28 ก.ย. 64 เวลา 09.00 น.
Share

ความแตกต่างระหว่างการสอนสั่งกับการลงโทษ

 

❐ แม้ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ การทำให้เด็กหยุดทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่วิธีการและเป้าหมายนั้นแตกต่างกัน

 

การสอนสั่ง (Discipline) เป็นไปเพื่อการสอนและการชี้แนะแนวทางให้กับเด็กได้เกิดการเรียนรู้

การลงโทษ (Punishment) เป็นไปเพื่อการควบคุมและการหยุดพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทันที

 

งานวิจัยที่ศึกษาพัฒนาการทางศีลธรรมของ Kohlberg (1964)ในเด็ก พบว่า เด็กที่ได้รับการลงโทษที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการลงโทษที่เป็นไปเพื่อตอบสนองทางอารมณ์ของผู้ลงโทษ เช่น การตีที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ การขังเดี่ยว การขู่ตะคอก จนทำให้เด็กเกิดความกลัวการลงโทษ เขามีแนวโน้มที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้มากกว่าเด็กที่ได้รับการสอนสั่งอย่างเหมาะสม เช่น รู้สึกผิดน้อยลง, ไม่ค่อยเต็มใจที่จะยอมรับหรือรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ, ทนทานต่อสิ่งยั่วยุได้น้อยลง และมีความยับยั่งช่างใจน้อยลง

❐ การลงโทษเป็นการควบคุมเด็กจากภายนอก ในขณะที่การสอนสั่งจะเป็นการที่เด็กควบคุมตัวเองจากภายใน

 

..."การลงโทษมีแนวโน้มขัดขวางพัฒนาการการควบคุมตัวเองจากภายในของเด็ก"...

 

เนื่องจากการลงโทษมักเกิดจากการควบคุมและกระทำจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ เมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมผู้ใหญ่ลงโทษเขาเพื่อให้หยุดทำพฤติกรรมทันทีโดยใช้การลงโทษ เด็กเกิดความกลัวจึงหยุดทำพฤติกรรม แต่เด็กยังไม่ทันที่จะได้เรียนรู้ว่า ..."สิ่งที่เขาทำนั้นไม่เหมาะสม และสิ่งที่เขาควรทำคืออะไร”... เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง แทนที่เด็กจะเรียนรู้การควบคุมตัวเองจากภายใน เขากลับเคยชินกับการถูกควบคุมจากผู้อื่นซึ่งเป็นภายนอกกระทำกับเขา

 

แม้การลงโทษจะทำให้เด็กกลัว แต่ไม่ได้ทำให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำด้วยเหตุผล ดังนั้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น เด็กบางคนอาจจะเลิกกลัวการลงโทษไป และกลายเป็นว่า เขาเลือกที่จะทำผิด และยอมรับการลงโทษที่เขาหายกลัวไปแล้ว เช่น ตอนเป็นเด็ก เขากลัวพ่อแม่ตีเวลาทำผิด แต่เมื่อเขาโตขึ้นเป็นวัยรุ่น การตีใช้ไม่ได้ผลกับเขาอีกต่อไป เขาจะยอมให้พ่อแม่ตีเพื่อแลกกับการที่เขาได้ทำสิ่งที่เขาอยากทำ

 

ในขณะที่ ...“การสอนสั่งเป็นไปเพื่อให้เด็กเรียนรู้ว่า ทำไมพฤติกรรมที่เขาทำจึงไม่เหมาะสม และไม่ควรทำอีกต่อไป”... ผู้ใหญ่ที่ใช้การสอนสั่ง จะกล่าวตำหนิ “พฤติกรรมที่เด็กทำ” ไม่ใช่ “ตัวตนของเด็ก” จึงทำให้เด็กแยกตัวเองออกมา

 

จากพฤติกรรมส่งผลให้เด็กรับรู้ว่า ...“เขาทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่ใช่ตัวเขาเป็นคนไม่ดี”... การรับรู้เช่นนี้ส่งผลให้เด็กรับรู้คุณค่าในตัวเอง ซึ่งเอื้อให้เขารับรู้ถึงศักยภาพและความสามารถในการควบคุมตัวเองในเวลาต่อมา

 

ตัวเขาเป็นผู้เลือกว่า ...”จะกระทำหรือไม่กระทำ”... การสอนสั่งทำให้เด็กมองเห็นทางเลือกเสมอ เขาสามารถเลือกที่จะทำสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมต่อไป ผู้ใหญ่ที่สอนสั่งจะสอนให้เขารับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาเลือก และเด็กจะได้เรียนรู้ทางออกที่ดีกว่า

❐ การลงโทษมีแนวโน้มทำให้เด็กรู้สึกโกรธผู้ที่ลงโทษเขา ในขณะที่การสอนสั่งมีแนวโน้มทำให้เด็กรู้สึกผิดต่อสิ่งที่เขาทำ

 

การลงโทษทำให้เด็กมุ่งความสนใจไปที่ความโกรธผู้ใหญ่ที่ลงโทษเขา เด็กมีแนวโน้มจะมองว่า ...“มันไม่ยุติธรรมเลยที่เขาต้องมาถูกลงโทษเช่นนี้”... แทนที่จะเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

 

การสอนสั่งทำให้เด็กรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตนทำผิด เพราะผู้ใหญ่ที่เข้ามาสอนเขาคุยด้วยเหตุและผล เพราะเขาทำเช่นนี้ สิ่งน้ีจึงเกิดขึ้น เด็กจึงมองเห็นที่มาที่ไปของการกระทำของตน เมื่อเขาเข้าใจ จึงยอมรับได้ว่า เขาต้องรับผิดชอบในสิงที่เขาทำลงไป

❐ การลงโทษมีแนวโน้มทำให้เด็กการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่การสอนสั่งทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะเข้าอกเข้าใจผู้อื่น

 

เมื่อเด็กถูกลงโทษด้วยความรุนแรงจากพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่เขารักจนเกิดเป็นความเคยชิน เมื่อเขาไม่พอใจหรือเห็นว่าผู้อื่นทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เด็กมีแนวโน้มจะใช้การลงโทษในแบบเดียวกันกับที่เขาได้รับมา เช่น เวลาที่เขาทำให้ผู้ใหญ่ไม่พอใจ เขามักถูกผู้ใหญ่ตะคอกใส่ เมื่อคนอื่นทำให้เขาไม่พอใจ เขาจึงเลือกการตะคอกกลับในแบบเดียวกัน หรือเวลาที่เขาทำผิด พ่อแม่ใช่การตีเขา เมื่อเขาเห็นเพื่อนทำผิด เขาอาจจะใช้การตีเพื่อนเช่นเดียวกัน เป็นต้น

 

งานวิจัยที่ศึกษาความรุนแรงในเด็ก พบว่า ...“ความน่ากลัวของการลงโทษทางกาย เช่น การฟาด ตี ทุบ อาจจะส่งผลต่อสภาพจิตใจ และความสับสนในเรื่องของการแสดงออกซึ่งความรักกับความรุนแรง เด็กบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า ความรุนแรงเป็นการแสดงออกถึงความรักที่ผู้ใหญ่มีต่อเขา”...

 

ในขณะที่การสอนสั่ง พ่อแม่และผู้ใหญ่จะมุ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้ว่า ...“เวลาทำสิ่งใดกับผู้อื่น ผู้อื่นจะรู้สึกอย่างไร ?”... เพื่อให้เด็กรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของผู้อื่น (Empathy) เมื่อเด็กเกิดความรู้สึกเข้าอกเข้าใจผู้อื่น เขาจะเรียนรู้ว่า ...“เขาไม่ควรทำพฤิตกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือรู้สึกไม่ดี”... ตัวเขาเองก็คงไม่ได้อยากรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

❐ การลงโทษพ่อแม่จะทำหน้าที่ตัดสินเขา ในขณะที่การสอนสั่งพ่อแม่จะทำหน้าที่เคียงข้าง

 

เมื่อพ่อแม่ลงโทษ เราจะทำหน้าที่ตัดสินลูกว่า ...“ลูกทำผิด ลูกจึงต้องโดนลงโทษ”... ซึ่งเด็กอาจจะเกิดความกลัว และถอยหนีจากพ่อแม่ของเขา ครั้งต่อไปลูกจะมีแนวโน้มปกปิดความผิดของเขาจากพ่อแม่ เพราะเขารู้สึกว่า การทำผิดนั้นร้ายแรงน้อยการกว่าถูกลงโทษ

 

ในขณะที่เมื่อพ่อแม่สอนสั่ง เราจะทำหน้าที่เคียงข้างเพื่อสอนลูก ...“สิ่งที่ลูกทำมันไม่เหมาะสมอย่างไร และลูกมีเลือกอื่นที่ดีกว่านี้”... ซึ่งเด็กจะเกิดการเรียนรู้ และรู้สึกโล่งใจที่พ่อแม่เคียงข้างและช่วยเหลือเขา ครั้งต่อไปลูกจะมีแนวโน้มมาปรึกษาพ่อแม่ หากเกิดปัญหาที่เขาคิดไม่ตก

❐ ระยะเวลาในการเกิดผลลัพธ์

 

การลงโทษทำให้เด็กหยุดทำพฤติกรรมทันที แต่เด็กอาจจะไม่เกิดการเรียนรู้ว่าเขาไม่ควรทำหรือควรทำสิ่งใด แทนที่พฤติกรรมนั้นจะหายไป กลับกลายเป็นว่า เขาอาจจะแอบทำเมื่อเราไม่อยู่ตรงหน้าเขา หรือเขาอาจจะทำพฤติกรรมดังกล่าวกับผู้อื่นแทน

 

การสอนสั่งทำให้เด็กเรียนรู้ว่า เขาควรทำหรือไม่ควรทำอะไร เพราะอะไร แต่ต้องให้เวลาเด็กในการเรียนรู้ ผลลัพธ์อาจจะไม่เกิดขึ้นทันใจผู้ใหญ่

การสอนสั่งต้องเกิดจากการที่สอนสั่งสม่ำเสมอ ดังนั้นพ่อแม่ต้องอดทนและไม่ย่อท้อต่อการสอนเด็ก แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะคงทนและทนทาน กลายเป็นภูมิคุ้มกันทางใจที่แข็งแรง

 

ระดับการสอนสั่งจะเริ่มจาก “ตกลงกติกาให้ชัดเจน” “ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง” “การพูดบอก” “จับมือพาทำ” ทำเช่นนั้นซ้ำ ๆ สม่ำเสมอจนเด็กเรียนรู้ และทำได้เอง ในเด็กโต เราจะใช้การพูดคุย ตกลงกันด้วยเหตุและผล และให้เขาเรียนรู้ผลลัพธ์จากการกระทำ เมื่อเด็กทำผิด พ่อแม่ไม่ได้แก้ปัญหาให้ แต่เคียงข้างให้เขาได้รับผิดชอบผลลัพธ์และแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง โดยมีเราเป็นคนแนะนำอยู่ไม่ห่าง

 

..."Discipline is helping a child solve a problem Punishment is making a child suffer for having a problem To raise problem solvers, focus on solutions, not retribution”... Kelly LaVigne

 

...“การสอนสั่งช่วยให้เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ แต่การลงโทษทำให้เด็กเป็นทุกข์จากการมีปัญหา ถ้าหากเราต้องการให้เด็กเติบโตเป็นนักแก้ปัญหา ให้เรามุ่งไปที่การแก้ปัญหา ไม่ใช่การลงโทษ”... Kelly LaVigne

 

อ้างอิง

Dongping, Q, & Yuk‐chung, C (2008) Myths of child abuse in china: Findings based on a qualitative study in Beijing China journal of social work, 1(3), 266-278

Kohlberg, L (1964) Development of moral character and moral ideology Review of child development research, 1, 383-431