image

ทำอย่างไรจะไม่ปรี๊ดใส่ลูก

23 พ.ย. 64 เวลา 08.00 น.
Share

ไม่มีใครอยากระเบิดอารมณ์ใส่ลูก แต่หลายครั้งบางทีมันก็อดไม่ได้ ทำไมงอแงซะเหลือเกิน ! ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำแบบนั้นไปไม่มีผลดีอะไรมีแต่ผลร้ายแน่นอน ตัวแม่หวานเองพื้นฐานก็ไม่ใช่คนใจเย็น แต่พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า สามปีที่ผ่านมากับลูกชายสองคน หวานไม่เคยหลุดระเบิดอารมณ์ใส่เค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว เลยมานั่งวิเคราะห์ว่าทำไมเราถึงทำได้ แล้วก็อยากจะเล่าสู่กันฟัง ถึงวิธีปฏิบัติตัวง่าย ๆ ทำอย่างไรจะไม่ปรี๊ดใส่ลูก 

 

***บทความนี้นั่งเขียนจากประสบการณ์จริงไม่อิงนิยาย หลังจากรับมือกับความงอแงเพราะง่วงนอนของน้องพีต้า แล้วเดินลงมาบอกป่าป๊าว่า ..“ไม่ไหวแล๊ววววว ช่วยด้วยยยย”...***

 

❤︎ 1. ทำความเข้าใจว่าเค้าคือ "เด็ก"

คุณแม่พึงระลึกไว้เสมอ และท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่ายังไงเค้าก็คือ “เด็ก” เราอยู่บนโลกนี้มา 30 ปี เค้าเพิ่งรู้จักโลกนี้ได้แค่ไม่นาน จะเอาอะไรกับเด็กที่เพิ่งเกิดมาบนโลกนี้ได้ไม่กี่ปี ถึงแม้บางทีเค้าจะดูพูดรู้เรื่อง เข้าใจ หรือฉลาดเกินเด็กไปบ้าง แต่ยังไงซะ เด็กก็คือเด็ก เค้ายังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ด้วยสมองเค้าก็ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ร่างกายก็ยังใช้การไม่ได้ดีเต็มร้อย ไม่รู้จักว่าอารมณ์แปลว่าอะไรด้วยซ้ำ เราต้องใจเย็นที่สุดค่อย ๆ สอนให้เค้าเรียนรู้ไปพร้อมกับเราทีละนิดค่ะ

 

❤︎ 2. เหนื่อยนักก็พักหน่อย

น้องพีต้า น้องเพตั้น เป็นเด็กปกติทั่วไป มีงอแง มีน็อตหลุด มีสติแตก พบได้ทั้งนั้น ยิ่งน้องพีต้านี่เวลางอแงต้องแม่เท่านั้น แต่มันก็ต้องมีบ้างที่เราเหนื่อย ถึงวันนั้นแม่หวานก็เดินมาบอกพ่อป๊อป(สามี) ตรง ๆ ว่า ...“เธอ..เราเหนื่อยแล้วอ่ะ ฝากดูลูกต่อนะ”... เพราะแม่หวานเชื่อว่าครอบครัวที่ดี คือการทำงานเป็นทีมเวิร์คค่ะ วันนี้ชั้นไม่ไหว เธอต้องไหวแล้วล่ะ 

 

❤︎ 3. อย่ากลัวที่จะมองหาตัวช่วย

พี่-ป้า-น้า-อา-อากง-อาม่า คือพันธมิตรที่ดีของเรา มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะอยู่กับเด็กเล็ก ๆ ทุกวัน ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เครียด !! นี่คือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ แม่หวานมีสลับให้อากงอาม่าช่วยดูบ้าง ถึงแม้วินัยต่าง ๆ ที่เราสร้างไว้อาจจะไม่เป๊ะเท่ากับที่เราดูเอง มีการหม่ำข้าวไปดูแท็บเล็ตไปบ้าง ดูทีวีเกินเวลาไปหน่อย แต่แลกกับความสุขความสัมพันธ์ของหลาน ๆ กับอากงอาม่า ส่วนตัวหม่าม๊าก็ได้พักบ้าง ก็โอเค ดีกว่าไปน้อตหลุดใส่เค้า เราชาร์จแบตร่างกายให้เต็มแล้วมาลุยต่อ เป็นทางดีกว่าเยอะเลย

 

❤︎ 4.คุณมีสิทธิ์ที่จะมีเวลาเป็นของตัวเอง

คนเป็นแม่ต้องเสียสละก็จริง แต่ไม่ใช่ต้องเสียตัวตนไปทั้งหมด และไม่ใช่เวลาทั้งหมดคือของลูกจนลืมไปแล้วว่าก่อนที่จะเป็นแม่ คุณเป็นใคร เราไปทำผม ทำหน้า ทำสปาได้ ไม่ผิด !! ถึงจะเป็นแม่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ

 

แม่หวานเชื่อว่าเด็กคนนึงจะเติบโตมาอย่างมีความสุขได้ ต้องเริ่มจากผู้เลี้ยงดูที่มีความสุขและ “แม่” คือคนสำคัญที่สุดสำหรับงานนี้ แบบไม่มีใครแทนที่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมดูแลหัวใจและร่างกาย ให้สดใสอยู่ตลอดเวลา จะได้ส่งต่อความ Happy และพลังดี ๆ ต่อไปให้ลูกค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนจริง ๆ เป็นกำลังใจให้ตัวเองด้วย