image

สื่อสารกับลูกเรื่องเพศ

25 พ.ย. 64 เวลา 08.00 น.
Share

...”ทำไมลูกไม่กล้าคุยเรื่องเพศกับพ่อแม่ ?”...

...”ทำไมพ่อแม่ไม่กล้าคุยเรื่องเพศกับลูก ?”...

 

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพ่อแม่หรือฝ่ายลูกที่ไม่กล้าเริ่มต้นคุยเรื่องเพศก็ตาม ผลลัพธ์เหมือนกัน คือ กลายเป็นสาเหตุทำให้ลูกต้องไปตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเองนอกบ้าน ทั้งจากสังคมออนไลน์ หรือจากเพื่อน หรือจากผู้อื่น ฯลฯ

 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สำหรับลูกวัยรุ่นนั้น เรื่องเพศไม่ใช่จู่ ๆ จะสามารถพูดคุยกันได้ทันที ถ้าครอบครัวไม่ได้ใกล้ชิด หรือพูดคุยกันได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว และเด็กวัยรุ่นในบ้านเราส่วนใหญ่มักเลือกที่จะไม่คุยเรื่องเพศกับพ่อแม่น่ะสิ

 

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ลูกวัยรุ่นไม่อยากคุยเรื่องเพศกับพ่อแม่ ทั้งที่อยู่ในวัยที่อยากรู้อยากเห็น อยากรู้เรื่องเพศ แต่ไม่กล้าพูดคุย เพราะเกรงว่าพ่อแม่จะดุหรือตำหนิ หรือคิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจตัวเอง หรือพ่อแม่ไม่มีเวลา ฯลฯ 

 

ในขณะที่คนเป็นพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ยังคงมีทัศนคติที่ว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องในลับ ไม่ควรพูดคุยเปิดเผย เป็นเรื่องน่าอาย และคนที่จะคุยเรื่องเพศได้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นหมอ ครู หรือนักจิตวิทยา ซึ่งจริง ๆ แล้วคนที่จะให้คำตอบเรื่องเพศกับลูกได้ดีที่สุดคือพ่อแม่ หรือสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดที่มีความรู้ต่างหาก เพราะเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก ใกล้ชิดเขามากที่สุด พ่อแม่จึงควรจะเป็นผู้ที่ลูกนึกถึงเป็นคนแรก ๆ 

 

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ การทำให้ลูกไว้วางใจในทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องการพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย ถ้าพ่อแม่พูดคุยกับลูกทุกเรื่อง และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ลูกก็กล้าที่จะพูดหรือถามพ่อแม่อย่างตรงไปตรงมา และเมื่อลูกถามอย่างตรงไปตรงมา แล้วได้รับคำตอบหรือคลายข้อสงสัย เมื่อเกิดข้อสงสัยอื่น ๆ เขาก็พร้อมที่จะพูดคุยกับพ่อแม่ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย    

 

เริ่มต้นคุยกับลูกอย่างไร คำถามนี้ตอบไม่ได้ง่าย ๆ เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และพื้นฐานของแต่ละครอบครัวที่ปูกันมาตั้งแต่ลูกยังเล็ก นี่คือตัวอย่างสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อคุยเรื่องเพศกับลูก

 

1. บอกลูกว่า ...”ถึงเวลาก็รู้เอง”...

พ่อแม่ที่ชอบตอบลูกว่า ถึงเวลาก็รู้เอง สมัยพ่อแม่ก็ไม่ต้องมีใครมาบอกหรอก ขอให้ได้รับรู้ไว้ว่า สังคมในยุคอดีตและปัจจุบันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในยุคอดีตเราอาจเติบโตมาแบบเดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เอง แต่เราก็ต้องยอมรับว่าเราก็รู้มากันแบบผิด ๆ อยู่ไม่น้อย และก็มีหลายกรณีที่เราก็ต้องไปพูดคุยหรือถามเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็อยู่ในวัยเดียวกับเรา ด้วยวัยและประสบการณ์ก็ไม่สามารถที่จะให้คำแนะนำที่ดีได้ทั้งหมด หรือถ้าแนะนำแบบผิด ๆ ล่ะ

 

2. ถามอะไรน่าเกลียด / แก่แดดจัง

เวลาลูกถามเรื่องเพศ คุณมองว่าเป็นเรื่องน่าเกลียดหรือเปล่า หรือคิดว่าลูกแก่แดดหรือเปล่า หรือคิดว่าลูกกำลังทำผิดอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็ คุณกำลังจะเสียลูกให้กับเพื่อนของเขาหรือคนอื่นที่เขาสามารถให้ความกระจ่างได้

 

3. จ้องจะสอน

ประเภทนี้ไปกันใหญ่เลย เพราะถือดีว่าเรารู้ดี ลูกต้องทำตามพ่อแม่เท่านั้น เพราะพ่อแม่อาบน้ำร้อนมาก่อนลูก ทั้งที่ยุคสมัยเปลี่ยน จะนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ทั้งหมด เวลาลูกมาพูดคุยเรื่องนี้ด้วย ก็ตั้งท่าจะสอนอย่างเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริง เราควรเป็นพ่อแม่ที่รับฟังลูกให้มาก โดยเฉพาะเมื่อลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น พ่อแม่ควรจะพูดให้น้อยลง แต่ฟังลูกมากขึ้น และควรเป็นการฟังด้วยความตั้งใจและเข้าใจ ไม่ใช่ฟังแบบให้มันเสร็จๆ โดยที่ตัวเองมีธงที่จะอบรมลูกอยู่ดี

 

4. ไม่สามารถให้ความกระจ่างได้

พ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของลูกวัยรุ่นได้ อาจด้วยความไม่รู้ ก็เลยไม่สนใจตอบ หรือตอบแบบขอไปที ในขณะที่ลูกยังไม่ได้รับความกระจ่าง แต่ดูเหมือนพ่อแม่ไม่สนใจแล้ว ครั้งต่อไปเขาก็จะไม่อยากถามหรือคุยอีก ตรงกันข้ามถ้าพ่อแม่ไม่รู้ แต่พยายามที่จะหาคำตอบเพื่อให้ลูกคลายใจ เพราะบางเรื่องพ่อแม่อาจไม่รู้จะตอบอย่างไรเหมือนกัน แต่มีความพยายามที่จะหาตัวช่วย โดยไม่ลืมที่รับปากลูกไว้ และหาคำตอบมาให้ลูกจนได้

 

5. ไม่ไว้วางใจลูก

ลูกวัยนี้ต้องการความไว้วางใจจากพ่อแม่อย่างมาก เขาอยากพิสูจน์ว่าเขาโตแล้ว และการที่เขาพูดคุยเรื่องเพศก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไม่เหมาะสม แต่เป็นเพราะเขาอยากรู้ และถ้าเขาพบว่าพ่อแม่ไว้วางใจเขา ต่อไปเขาก็จะไม่เข้าหาพ่อแม่อีก หรือพอลูกพูดคุยหรือถามเรื่องเพศ พ่อแม่รีบถามทันทีว่าไปก่อเรื่องอะไรมา หรือคิดว่าลูกแอบมีแฟน หรือคิดไปเองสารพัดก่อนล่วงหน้า การันตีเลยว่าคุณได้สูญเสียโอกาสที่ลูกจะมาเล่าเรื่องเพศที่เป็นเรื่องจริงกับคุณแล้วอย่างแน่นอน และจากนี้คุณก็จะพบกับเรื่องราวหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่พูดความจริงในเรื่องนี้กับคุณอีก

 

ถึงเวลาที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะเปิดใจยอมรับว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของเราด้วย ต้องทำความเข้าใจว่า ไม่ว่าลูกจะเพศไหนก็ตาม เรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย มีพัฒนาการตามธรรมชาติของแต่ละช่วงวัย และไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าพ่อแม่สามารถสื่อสารเรื่องเพศกับลูกได้ ลูกก็จะสื่อสารกับพ่อแม่ทุกเรื่อง