image

กระซิบหู...หนูมุสิกะ กับตำนานข้างเคียง 1 ในมหาเทพที่คนศรัทธาที่สุดในโลก

11 ก.ย. 64 เวลา 15.30 น.
Share

เรามักจะจดจำภาพลักษณ์บริวารพาหนะของพระพิฆเณศวร มหาเทพผู้ปราชญ์เปรื่องทั้งศาสตร์ และศิลป์ ในตำราเทพปกรณัมฮินดู เป็นเจ้าหนูน้อยตัวหนึ่งที่ปรากฏเคียงข้างกายพระพิฆเณศในอิริยาบทต่าง ๆ ที่เราสามารถสามารถเห็นได้ทั้งในงานจิตรกรรม และงานประติมากรรม เป็นความเชื่อที่ปรากฏขึ้นตามหลักฐานต่าง ๆ เริ่มต้นตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4–5 สมัยอาณาจักรคุปตะที่ปรากฏให้เห็นว่าเมื่อมีการจำลององค์เทพพระพิฆเณศขึ้นที่ใด ต้องมีหนูมุสิกะเสมอ

 

วันนี้เนื่องในเทศกาลคเณศจตุรถี ประจำปีพุทธศักราช 2564 ได้เริ่มต้นขึ้น เราจะถือโอกาสนำท่านไปทำความรู้จักกับเทศกาลคเณศจตุรถี หรือ วิไนยกะ จตุรถี (Vināyaka Chaturthī) เป็นเทศกาลในศาสนาฮินดูที่เฉลิมฉลองการประสูติของพระพิฆเณศ ตรงกับช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตามปฏิทินเกรกอเรียน และซึ่งถือว่าเป็นโอกาสสำคัญของผู้ที่เคารพบูชาองค์เทพ บูชาด้วยการกระซิบหูขอพรหนูน้อยมุสิกะ พร้อมไปทำความรู้จักหนูน้อยกับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับความเชื่อแห่งโลกสรวงสวรรค์ เทพบริวารแห่งพระพิฆคเณศวรให้ชัดแจ้งมากขึ้น

 

 


กำเนิดหนูมุสิกะ กับหลากหลายตำนานในคัมภีร์ปุราณะ



หากจะกล่าวถึงตำนานของหนูมุสิกะนั้น ล้วนปรากฏขึ้นให้ศึกษามากมายหลายตำนาน ซึ่งแต่ละตำนานเรื่องเล่าก็ล้วนมีความแตกต่างกันออกไปตามมหาคัมภีร์ปุราณะในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

โดยในที่นี้เราจะขอยกเพียง 2 ตำนานที่พูดถึงความเป็นมาของหนูมุสิกะ

 

ตำนานแรกมีโครงเรื่องอ้างอิงมาจากคัมภีร์ “คเณศชาปุราณะ” (Holy Ganeshapurana)

ที่กล่าวถึงเทวดาผู้โชคร้ายนามว่า “กาจามูกะ” (Kroncha) ได้เดินไปเหยียบหัวแม่เท้าของ พระมุนีวามะเทพ (Muni Vamadeva) ในงานประชุมที่เทวสภาของพระอินทร์ ทำให้ถูกสาปให้เป็นหนู เทวดากาจามูกะ จึงอ้อนวอนต่อพระมุนีวามะเทพ แต่ด้วยคำสาปที่กล่าวไปแล้วนั้นมีอานุภาพที่ไม่อาจถอนคืนได้ พระมุนีจึง กล่าวคำด้วยวาจาสัตย์ขึ้นใหม่ว่า “เจ้าจงไปเป็นข้ารับใช้ของพระคเณศ พระคเณศเท่านั้นที่จะช่วยให้เจ้าพ้นทุกข์ในกายสังขารที่เป็นหนูนี้ได้”

ครานั้นเอง พระคเณศ ได้ยินเสียง พญาหนูกาจามูกะ ที่ถูกสาปเรียบร้อยแล้ว ออกส่งเสียงทำลายข้าวของทุกอย่างที่ขวางหน้าตามนิสัยของหนู องค์พระคเณศ จึงตัดสินใจ ว่าจะต้องปราบเจ้าหนูตนนี้ จึงได้คว้าอาวุธ คือ บ่วงเชือก (Pasha) ขว้างไปที่คอของพญาหนูกาจามูกะ จนสิ้นพยศ ตั้งแต่นั้นมาพญาหนูกาจามูกะจึงรับเป็นพาหนะของพระพิฆเณศ


ตำนานต่อมาอ้างอิงจากมหาตำรา “พระพิฆเณศขว้างงา ปราบคชามุขาสูร” ในปัจจุบันเรามักจะเห็นงานประติมากรรม หรือแม้กระทั่งงานจิตรกรรมขององค์พระพิฆเณศที่ใช้กราบไหว้เคารพบูชา เนื่องจากองค์พระพิฆเณศดำรงตนอยู่ในร่างอวตารกึ่งเทพ กึ่งคชสาร ซึ่งมีพระเศียรเป็นช้าง ร่างเป็นเทพที่มีงาข้างหนึ่งหักไป 


ตำรานี้ได้กล่าวถึง “คชามุขาสูร” ผู้ซึ่งเป็นปิศาจคชสาร ที่มีรูปร่างใหญ่โต ได้ก่อกวนความสงบของสามโลก ทั้งโลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และโลกบาดาล ด้วยความทระนงตนว่าได้รับพรปกป้องคุ้มครองจากเทพ ปิศาจ มนุษย์และสัตว์โลกอื่นๆ แต่ด้วยความที่ พระพิฆเณศ อยู่เหนือความหายนะของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทวยเทพจึงมอบหมายให้พระพระพิฆเณศไปทำสงครามกับปีศาจตนนั้น ซึ่งในระหว่างการทำสงครามกันอย่างดุเดือด พระพิฆเณศก็ได้หักงาข้างขวาของพระองค์ แล้วใช้เป็นอาวุธหอกพุ่งเข้าใส่ “คชามุขาสูร” (นี่จึงเป็นอีกตำนานหนึ่งที่แตกต่างว่าด้วยการเสียงาของพระพิฆเนศ) การขว้างด้วยพลังที่รุนแรง เป็นผลให้ “คชามุขาสูร”กระเด็นลงไปนอนกับพื้น และรีบจำแลงกายเป็นหนูยักษ์เพื่อจะวิ่งหนี พระพิฆเณศจึงรีบกระโดดขึ้นนั่งหลัง และปราบปรามจนหนูยักษ์หมดฤทธิ์เดช พระพิฆเณศจึงใช้หนูเป็นพาหนะนับแต่นั้นมา และหนูตัวนั้นก็ได้ชื่อว่า "มุสิกะ" ตามพระพิฆเณศได้ตั้งพระนามไว้ให้ใหม่ 


ขอบคุณภาพ : https://commons.wikimedia.org


กระซิบหูหนูมุสิกะ เพื่อย้ำเตือนพรที่ขอในวันคเณศจตุรถี 


มีความเชื่อจากชาวอินเดียผู้เป็นต้นแบบเทศกาล “คเณศจตุรถี” ว่า หากอยากให้พรที่ขอกับองค์พระพิฆเนศสำเร็จผลอย่างรวดเร็ว เมื่อกราบไหว้ขอพรพระพิฆเณศองค์ใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว ให้ไปขอพรกับหนูมุสิกะต่อ เพื่อให้หนูมุสิกะเป็นทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรับสารส่งสารระหว่างเทพกับมนุษย์ และถือว่าเป็นการย้ำเตือนพรที่ขอนั้น ไปส่งให้ถึงองค์พระพิฆเนศได้โดยเร็ว

 

วิธีขอพรหนูมุสิกะให้ได้ผล ใช้วิธีการ “กระซิบ” ขอพรที่ข้างหูของหนูมุสิกะ โดยจะเลือกข้างไหนก็ได้ตามแต่ปรารถนาของแต่ละบุคคล แต่ก่อนที่จะกระซิบต้องไม่ลืมที่จะนำมือข้างหนึ่งอ้อมมาปิดหูอีกข้างของหนูมุสิกะ เพื่อเป็นการไม่ให้พรที่เราขอไปนั้นทะลุผ่านหูอีกข้างหนึ่งของหนูมุสิกะออกไปนั่นเอง จากนั้นก็สามารถกระซิบขอพรหรือสิ่งที่ปรารถนาได้ และเมื่อขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำขนม นม หรือเงินถวายให้กับหนูมุสิกะด้วย (คล้ายกับการให้สินบนหนู) หรือจะให้อะไรก็ได้ตามความสะดวกและความศรัทธาของผู้ขอพร


 

หนูมุสิกะ จากหลายเรื่องราวความเป็นมาของแต่ละตำนาน สู่ที่มาของเทพตัวน้อยที่คอยทำหน้าที่การเป็นบริวารที่ยิ่งใหญ่ให้กับองค์เทพพระพิฆเณศวร หนูมุสิกะ นับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความภักดี และเชื่อว่าเป็นเทพที่ทำหน้าที่คอยรับส่งสารจากมนุษย์สู่พระพิฆเณศ การกระซิบหูหนูมุสิกะจึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งในการขอพรองค์พระพิฆเณศ ในเทศกาลคเณศจตุรถี


“โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา” ขอบูชาจิตใจที่เป็นดั่งทวยเทพ อวยพรให้ตัวตนของเราประสบความสำเร็จในพรที่ขอทุกประการ 


อ้างอิงข้อมูล : http://klongthum.blogspot.com

https://th.wikipedia.org/wiki/พระคเณศ