image

4 เด็กมหัศจรรย์ กับพรสวรรค์ที่มาพร้อมแรงสนับสนุน

07 ม.ค. 65 เวลา 12.48 น.
Share

"เด็กทุกคนมีพรสวรรค์ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะเผยออกมาอย่างไรและเมื่อใด" กล่าวโดย Danish Tanveer

 

จริงอยู่ที่ว่า "พรสวรรค์" คือความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่พรสวรรค์จะไม่สามารถไปได้ไกลเลย หากขาดแรงสนับสนุนหรือโอกาสจากผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะยิ่ง "ครอบครัว"

 

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ALTV จึงหยิบยกเรื่องราวของ 4 เด็กมหัศจรรย์ที่นอกจากความเก่งแล้วยังมีครอบครัวอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

 

STARTUP วัย 12 ผู้จบการศึกษาจากไฮสคูลและมหาวิทยาลัยพร้อมกัน 

ตอนอายุ 12 คุณทำอะไรอยู่ ?

 

เด็กชาย ไมก์ วิมเมอร์ (Mike Wimmer) วัย 12 ปี หากมองเผิน ๆ เขาดูเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนต้องทึ่ง คือเขาจบการศึกษาระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยในฐานะผู้แทนสุนทรพจน์ภายในอาทิตย์เดียวกัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เและยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันนั่งแท่นเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังรุ่ง ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหุ่นยนต์ (Next era innovation) และธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในบ้าน (Reflect Social)

เด็กชายไมก์รักการเรียนรู้ตั้งแต่จำความได้ เขาเป็นเด็กขี้สงสัย ชอบตั้งคำถาม โดยเฉพาะกับเรื่องเทคโนโลยีที่มีความสนใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่อายุได้เพียง 18 เดือน ไมก์เริ่มสงสัยใคร่รู้ถึงวิธีการใช้งานแท็บเลต และเมื่ออายุได้ 5 ขวบ เขาก็เริ่มลองใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบลองผิดลองถูก เรียกได้ว่าฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก

เมื่อเข้าโรงเรียน แน่นอนว่าไมก์โดดเด่นด้านวิชาการเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่น ๆ ในชั้นเดียวกัน การเรียนจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับไมก์ ทั้งเจ้าตัวยังกล่าวว่าไม่เคยรู้สึกกดดันเกี่ยวกับการเรียนเลยสักครั้ง โดยเฉพาะกับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ถนัดเป็นพิเศษ เพื่อน ๆ ถึงกับตั้งฉายาให่เขาว่า "มนุษย์เครื่องคิดเลข" เพราะนอกจากเจ้าตัวจะชอบแล้ว ยังสามารถเรียนรู้ได้ในเวลาอันสั้น เขากล่าวกับสำนักข่าว CNN ว่าตนสามารถซึมซับความรู้ได้เร็วและไม่เลือกเหมือนฟองน้ำ เขาพร้อมกระโจนเข้าหาการเรียนรู้ใหม่ ๆ อย่างไม่รีรอ อีกทั้งยังมีทักษะการจำเป็นภาพ (Photographic Memory) ที่ช่วยให้การเรียนรู้กลายเป็นเรื่องง่าย

"ผมชอบการเรียนรู้ และถูกท้าทายบนเส้นทางที่ก้าวเดิน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยทำให้รู้สึกหนักใจกับมันสักครั้งเดียว" 

ตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ ไมก์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของ "MENSA" หรือสถาบันอัจฉริยะแห่งสหราชอาณาจักร ที่นั่นเขาโดดเด่นทั้งด้านวิชาการและการเข้าสังคม บ่อยครั้งที่ผู้คนเชื่อว่าเด็กที่เป็นเลิศด้านวิชาการอย่างไมก์ มักต้องมีปัญหาเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ ไปจนถึงทักษะการเข้าสังคมไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นไม่ใช่กรณีของไมก์

 

ให้อิสระในการเลือกสิ่งที่ใช่

 

Melissa ผู้เป็นแม่กล่าวว่า ไมก์เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปที่หลงใหลในเทคโลยี หุ่นยนต์ การต่อเลโก้ นอกจากนี้ยังรักการเล่นเกมมากพอ ๆ กับการเรียนรู้ ซึ่งเธอและครอบครัวปล่อยให้ไมก์พัฒนาไปตามวัย ให้อิสระในการค้นหาจังหวะและตัวตนอย่างเต็มที่ ไม่มีสักครั้งที่พยายามผลักไสให้ไมก์เลือกทางใดทางหนึ่ง อย่างการเสนอให้เป็นหมอหรือทนาย แม้ว่าพวกเขาจะรู้ดีว่าลูกของตนเป็นอัจฉริยะ

 

หนูน้อยนักประดิษฐ์ เจ้าของพวงกุญแจต้านบุหรี่ วัย 10 ขวบ 

การสูญเสียของเด็กคนหนึ่งก่อให้เกิดพลังมหาศาล

 

ในขณะที่เด็กคนอื่นใช้เวลาว่างไปกับการวิ่งเล่น สร้างบ้านตุ๊กตา และเกมออนไลน์ เด็กหญิง เมแกน วอร์ด (Megan Wrad) วัย 10 ขวบ กลายเป็นเจ้าของสิทธิบัตรพวงกุญแจต้านการสูบบุหรี่ ที่ทำเงินเข้ากระเป๋าไปได้ถึง 600,000 บาท!

 

เมื่อคุณย่าของเธอเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่จัด จึงทำให้เมแกนเอาจริงเอาจังกับการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ ซึ่งผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้วที่เมแกนได้ออกแบบโปสเตอร์ต่อต้านการสูบบุหรี่สำหรับกิจกรรมในโรงเรียน แต่แล้วเธอคิดว่าแทนที่จะเป็นโปสเตอร์ธรรมดาที่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงอันตรายของบุหรี่ได้มากมาย พวงกุญแจต่อต้านการสูบบุหรี่ (Anti-smoking keyrings) น่าจะเป็นตัวเลือกที่สร้างความอิมแพคได้มากกว่า

 

พวงกุญแจ 3 มิติ รูปปอดคู่ สีชมพูโปร่งแสงดูสวยงาม ภายในปอดทั้งสองข้างประกอบด้วยสีผสมอาหารสีน้ำตาล แสดงถึงปริมาณน้ำมันดินเฉลี่ยสะสมที่ผู้สูบจะได้รับจากบุหรี่เพียงสี่ซอง ตั้งแต่วิธีการออกแบบไปจนถึงขั้นตอนการผลิตเมแกนค้นคว้าด้วยตนเองทั้งหมด

 

อยู่เคียงข้างเป็นแรงสนับสนุน

 

เมื่อขั้นตอนการออกแบบเสร็จสิ้น แมแกนหาโรงงานผลิตในประเทศจีน โดยต้นทุนการผลิตพวงกุญแจมาจากเงินเก็บค่าขนม และจากความช่วยเหลือของพอลล่า ผู้เป็นแม่ที่คอยสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ นอกจากนี้เธอช่วยเรื่องการจดสิทธิบัตรพวงกุญแจปอดคู่ของเมแกนเพื่อคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากความพยายามของลูกสาวเธอ และเพื่อเอื้อต่อการนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการกระทำของเธอก็ไม่สูญเปล่า เพราะหลังจากนั้นไม่นาน Gasp บริษัททรัพยากรด้านการศึกษาเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ ได้สั่งซื้อพวงกุญแจปอดคู่เพื่อนำไปวางจำหน่ายถึง 25,000 ชิ้น รวมเป็นเงินกว่า 600,000 บาท

 

“บุหรี่ไม่ดีต่อร่างกายคุณ ฉันจะมีความสุขมากหากใครเห็นสิ่งประดิษฐ์ของฉันแล้วเลิกสูบ”  

พวงกุญแจปอดคู่ถือว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียว โฆษกประจำบริษัท Gasp ได้เล่าว่า พวกเขาทดลองแจกพวงกุญแจของเมแกนที่โรงเรียนให้กับครอบครัวของเด็กนักเรียน ปรากฏว่ามีถึง 5 ครอบครัวที่ตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่หลังจากที่ได้เห็นมัน ซึ่งนอกจากพวงกุญแจต้านบุหรี่แล้วยังมีสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ อีกที่เมแกนได้รับการจดสิทธิบัตร อาทิ สายรัดข้อมือวัดระดับรังสียูวี หรือเสื้อยืดเปลี่ยนสีเมื่อแดดแรง เรียกได้ว่าเป็นส่อแววนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋วที่น่าจับตามองทีเดียว

 

ศิลปินรุ่นเยาว์วัย 11 ขวบ คว้าเงินหมื่นจากการขายภาพ NFT 

ไม่มีใครเด็กเกินไปสำหรับโลกศิลปะ

 

โลกแห่ง NFT จึงได้กลายเป็นพื้นที่โชว์พรสวรรค์ของ น้องอาณา สักกตะฤจ อินทรวิชะ วัย 11 ขวบ ที่สามารถจับใจนักสะสมด้วยภาพวาดลายเส้น Doodle อันเป็นเอกลักษณ์ ทำรายได้เข้ากระเป๋ามากกว่า 10,000 บาท ต่อการขาย 1 ผลงาน

ลายเส้นเล็ก ๆ ขยุกขยิกดั่งที่เห็นในภาพ เป็นเทคนิคการวาดแบบ "Doodle art" มีจุดเด่นคือการวาดไปเรื่อย ๆ ตามจินตนาการ อาจไม่ต้องสื่อความหมาย หรือจุดประสงค์ของการวาด เพียงแค่นึกอะไรออกก็ขีดเขียนลงบนกระดาษ ฟังดูเป็นเรื่องง่ายแต่กว่าจะออกมาสวยงามน่าสนใจได้ต้องอาศัยจินตนาการและฝีมือไม่น้อยทีเดียว

 

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

 

เด็กชายอาณา อาศัยอยู่กับครอบครัว ในจังหวัดสมุย ตอนใต้ของประเทศไทย โดยมี แม่เงาะ-เนตรชนก ศรีรอด ประกอบอาชีพช่างสัก และคุณพ่อบี-สัณห์หฤษฎ์ อินทรวิชะ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จก้าวเล็ก ๆ ในโลกแห่ง NFT ของน้องอาณา จากการที่ทั้งสองได้เห็นแววศิลปินตั้งแต่การหยิบจับกระดาษลอกลายสักเหลือทิ้งจากการใช้งาน นำมาวาดลวดลายตามจินตนาการด้วยปากกามาร์กเกอร์ ทั้งคู่จึงช่วยเสริมเทคนิคทางศิลปะเบื้องต้นให้ เพื่อต่อยอดผลงานให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยน้องอาณาใช้เวลาฝึกฝนเพียง 2 เดือนเท่านั้นก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่งออกมาได้อย่างที่เราเห็น

 

ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้ดึงดูดเหล่านักวาด และนักสะสมงานศิลปะได้จำนวนมาก หลังจากโพสต์ภาพผลงานลงบนกลุ่มเฟสบุ๊ก NFT Marketplace Thailand ได้รับยอดไลก์ยอดแชร์แบบถล่มทลาย ปัจจุบันนอกจากทำรายได้จากการขายผลงานลง NFT แล้วยังรับเพนท์ลวดลายลงบนกระเป๋า Freitag ที่ถือว่าเป็นสินค้าที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก โดนใจนักสะสมอย่างมาก

 

นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตรุ่นจิ๋ว วัย 7 ขวบ 

คุณอายุเท่าไหร่ตอนเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์ครั้งแรก?

 

Tima Kuleshov วัย 7 ขวบ ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางไบเกอร์มืออาชีพด้วยใจรักในความเร็ว จนในวันนี้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นนักแข่งรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กมืออาชีพรุ่นเยาว์ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และคว้ารางวัล Global child prodigy awards 2021 ในฐานะนักแข่งมอเตอร์สปอร์ตอายุน้อย

ทิมาอาศัยอยู่กับครอบครัวในประเทศยูเครน เขาเป็นเด็กชายผู้แสวงหาความเร็วและความตื่นเต้นตั้งแต่จำความได้ เริ่มขี่จักรยานตั้งแต่อายุได้ 18 เดือน ขับรถมินิ มอเตอร์ไซค์ สกี เล่นแทรมโพลีน ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ

 

กิจกรรมผาดโผนภายใต้ความดูแลของพ่อแม่

 

เมื่ออายุครบ 4 ขวบ เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก ในทุกสนามแข่งสามารถคว้ารางวัลที่หนึ่งมาครองอยู่เสมอ สื่อมวลชนท้องถิ่นได้แต่งตั้งให้ทิมาเป็นยอดสิงห์นักบิดที่อายุน้อยฝีมือดีของประเทศยูเครน โดยกิจกรรมสุดผาดโผนทั้งหมดของทิมาอยู่ภายใต้การดูแลของคุณพ่อคุณแม่ที่เห็นแววว่าลูกน้อยของตนมีใจรักในความเร็ว และกีฬาท้าทาย ทั้งสองไม่คิดปิดกั้นความฝันที่จะเป็นยอดนักแข่งของลูก กลับกันทั้งสองให้การสนับสนุนและคอยดูแลให้ห่างไกลจากการบาดเจ็บเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าความเสี่ยงอันตรายจะเพิ่มขึ้นทุกสนามแข่งก็ตาม

 

ความสำเร็จไม่เพียงอาศัยแค่พรสวรรค์หรือความอัจฉริยะเท่านั้น แต่รวมไปถึงปัจจัยรอบตัวทั้งพื้นฐานครอบครัว สังคม โอกาส ถ้าหากคนรอบข้างหรือครอบครัวที่เชื่อมั่นในความสามารถของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านใด ก็อาจช่วยให้พวกเขาค้นพบตัวตนเร็วขึ้นดั่ง 4 เด็กมหัศจรรย์ที่เราหยิบยกมาก็เป็นได้

 

ที่มา: Metro UK สำนักข่าวCNN GCPA Awards