image

ปักผ้า ปักใจ งานฝีมือกับการเยียวยาจิตใจ

06 ก.ย. 65 เวลา 20.00 น.
Share

ในช่วงที่โควิดระบาดหนัก หลายคนที่กักตัวอยู่บ้านเป็นเวลานานมักเจอปัญหาด้านสุขภาพจิตย่ำแย่ งานเย็บปักถักร้อย เป็นงานฝีมือที่รูปแบบหนึ่งที่ฮิตมากในกลุ่มหญิงสาวทุกวัย เป็นการตกแต่งผ้าให้มีสีสันและลวดลาย โดยใช้เข็มและด้ายด้วยเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ งานปักทั่วไป การปักครอสติช (Cross stitch) และงานควิลท์(Quilt) ซึ่งช่วยปรับสภาพจิตใจให้ได้ผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นหนทางเบื้องต้นที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ที่บ้าน สำหรับคลายความเหงา และยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้เข้ากระเป๋าอีกด้วย

ย้อนดูประวัติศาสตร์ งานปักผ้า

งานปักผ้าด้วยมือเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มมีการผลิตผ้า พบงานเย็บปักถักร้อยที่เก็บรักษาไว้ในสุสานมัมมี่อียิปต์โบราณ หรือมากกว่า 1,300 ปีก่อนคริสตกาล ที่มีทั้งเสื้อผ้า ผ้าคลุมโซฟา ผ้าแขวน และเต็นท์ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม

 

งานปักผ้ามีต้นกำเนิดมาจากจีน มีการค้นพบผ้าไหมลายปักที่เก่าแก่ที่สุดของจีนจากหลุมฝังศพ อายุราว 2,000 - 3,000 ปี ในเมืองหม่าซาน (Mashan) จังหวัดหูเป่ย นักโบราณคดียังเผยอีกว่า งานปักลายจีนที่โด่งดังที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ คือ เสื้อคลุมผ้าไหมของจักรพรรดิราชวงศ์ชิง

ผ้าไหมจีนปักลายละเอียดในสมัยราชวงศ์ชิง ราวปีพ.ศ. 2418-2443 

 

ในสมัยราชวงศ์ถัง การปักครอสติช (Cross Stitch) ที่ปักเป็นลักษณะกากบาท X เป็นที่นิยมมากในจีน และแผ่ขยายไปทางตะวันตกตามเส้นทางสายไหม ค่านิยมในสมัยนั้น หญิงใดมีฝีมือด้านการเย็บปักถือว่ามีคุณค่าเป็นที่ปรารถนามาก เนื่องจากเป็นหน้าที่หลักในการเย็บเสื้อผ้าให้ครอบครัว และการตกแต่งผ้าให้สวยงาม บางครั้งก็แอบเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ไว้บนผ้า

 

ในอินเดีย งานปักยังเป็นงานฝีมือโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคโมกุล ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 - 19 หลายคนหาทางไปยุโรปผ่านการค้าขายอินเดียตะวันออก ลวดลายส่วนหญ่เป็นพืชและดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งต่อมามีอิทธิพลต่อการปักผ้าของอังกฤษโดยเฉพาะลายดอกไม้

 

ผู้หญิงในยุควิกตอเรีย ถูกจำกัดบทบาทให้อยู่แต่ในบ้าน รวมทั้งทำงานฝีมือ เช่น ปักตาข่าย ถักนิตติ้ง โครเชต์และงานขนสัตว์ หญิงสาวชนชั้นกลางมักใช้เวลาว่างปักผ้าเป็นลายต่าง ๆ จากสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีไอเดียหลายพันแบบให้กับแม่บ้าน

 

ประเทศไทยในสมัยอยุธยา จากจดหมายเหตุของชาวจีนและชาวยุโรป รวมถึงวรรณคดีบางเรื่อง กล่าวถึงผ้าชนิดต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าแพร ผ้าผ้าปักไหม ผ้าปักดิ้นทอง และผ้าพิมพ์ ชาวไทยตั้งแต่โบราณกาลนิยมใช้ผ้าปักกันอย่างแพร่หลาย มีการปักเป็นเครื่องนุ่งห่ม ตกแต่งของใช้ในชีวิตประจำวัน และเครื่องตกแต่งบ้านเรือน ชาวบ้านทั่วไป มักใช้วัสดุปักผ้าที่หาง่าย ราคาไม่แพง เหมาะกับฐานะของแต่ละคน ส่วนชนชั้นสูงและเจ้านายราชสกุล ผ้าที่ปักประดับตกแต่งด้วยวัสดุล้ำค่า อลังการ เช่น ปักด้วยไหมทอง เลื่อม ไข่มุก และพลอย บางงานที่ต้องการความหรูหราก็มักสั่งทำเป็นพิเศษจากต่างประเทศ

 

เอกลักษณ์ลายปักผ้าไทย

มีเทคนิคการสร้างลวดลายผ้าด้วยการปักโดยสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ งานปักมักเรียกตามวัสดุที่ใช้ปัก สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผ้าปักไหม เป็นการปักผ้าตกแต่งเป็นลวดลายด้วยไหมสีหลากสี และผ้าปักดิ้น เป็นการใช้โลหะมีค่า รูปทรงต่าง ๆ เป็นวัสดุหลักในการปักทำให้เกิดลวดลายที่แวววาว หรูหรา เช่น

  • ดิ้น โลหะที่ดึงเป็นเส้น แล้วนำมาขดเป็นรูปวงกลม
  • แล่ง โลหะที่รีดเป็นเส้นแบน
  • เลื่อม เส้นโละที่ตัดให้ได้ความยาวตามต้องการ แล้วตีให้เป็นรูปวงกลมแบน หรือนูนเหมือนฝาชี
  • ไหมทอง โลหะที่รีดเป็นเส้นขนาดเล็ก แล้วนำมาปั่นควบกับเส้นไหมหรือด้าย

การพัฒนางานปักผ้าไทยได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับสั่งให้มีการถ่ายทอดวิชาจากลายปักผ้าในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นภาพเรือปักสุพรรณหงส์ ปักด้วยไหมน้อยจากฝีมือช่างปักโบราณในราชสำนัก ปัจจุบันจะพบภาพการปักไหม หรือการปักซอยเป็นงานศิลปะในเชิงจิตรกรรมเท่านั้น เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้ความประณีตสูง จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก

 

งานปักไทยในราชสำนักและงานปักทั่วไปมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ลายปักผ้าของในราชสำนักใช้เทคนิคการปักดิ้นเงิน, การปักซอย, การปักไหมน้อย, การปักไหมสี, การปักหนุน สร้างลวดลายที่ใช้สื่อความหมายประกอบการเล่าเรื่อง หรือสัตว์ในตำนาน เช่น หงส์ พญานาค เป็นต้น และลวดลายจากธรรมชาติ ลายไทย วัสดุและสีสันที่ใช้มักมีประกาย เช่น ปีกแมลงทับ และวัสดุมีค่าต่าง ๆ นิยมปักลงบนผ้าถักกระชุน หรือเส้นทองถัก และผ้าไหม

 

สำหรับลวดลายงานปักทั่วไปมักเลียนแบบธรรมชาติ ส่วนมากเป็นลายไทย และลวดลายตามจินตนาการ สีด้ายยอดนิยมเป็นสีอ่อนหรือสีพาสเทล ปักลงบนผ้าไหม ผ้าไหมเทียม และผ้าฝ้าย

หญิงชาวม้ง ขึ้นชื่อเรื่องความเชี่ยวชาญด้านการปักผ้าอย่างมาก โดยใช้เข็มเล่มจิ๋ว ค่อย ๆ ปักลวดลายลงจนเต็มผืนผ้า จึงไม่แปลกใจที่ “ผ้าปักม้ง” เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใคร ชาวม้งได้คิดค้นลวดลายขึ้นมาเองและมีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ลวดลายได้สะท้อนวิถีชีวิตที่มีการทำสวนไร่นา เช่น ลายดอกไม้ ใบไม้ ภูเขา ผสมผสานกับรูปทรงเรขาคณิต

 

การปักลายก้นหอย หรือชาวม้งเรียกว่า ลายก๊ากื้อ ถือเป็นเทคนิคที่เก่าแก่และยากที่สุด ต้องใช้ทักษะที่ชำนาญ ใช้ความละเอียด บวกกับความอดทนสูงเป็นพิเศษจึงสามารถปักลวดลายนี้ได้สำเร็จ 

เมื่อเริ่ม ปักผ้า ก็เหมือนเราได้ “บำบัดใจ”

งานเย็บปักถักร้อยช่วยตกแต่งเสื้อผ้าให้สวยงาม และยังทำให้ใจเบาด้วย อันที่จริงแนวคิดของการปักผ้าด้วยมือเป็นศิลปะบำบัด ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ถูกใช้ทางการแพทย์มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อทหารจำนวนมากตกอยู่ในภาวะช็อกจากเสียงกระสุนปืนทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หรือที่เรียกว่าอาการ SHELL SHOCK ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในการกลับมาใช้ชีวิตของทหาร การปักผ้าเป็นหนึ่งในวิธีการที่แพทย์ได้ทดลองเพื่อช่วยทหารรักษาแผลใจ และพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ ผลที่ได้เกิดเป็นอุตสาหกรรมการปักของทหารพิการ (the Disabled Soldiers’ Embroidery Industry) เพื่อเป็นช่องทางให้อดีตทหารมีรายได้ ในขณะเดียวกันก็สร้างความภาคภูมิใจในตนเองของเหล่าทหารผ่านศึก

ในสหราชอาณาจักร องค์กร Fine Cell Work ก็ได้หยิบเทคนิคศิลปะบำบัดด้วยการปักผ้ามาใช้กับนักโทษชายในเรือนจำหลายแห่ง ผู้ถูกคุมขังสามารถฟื้นฟูสภาพจิตใจและได้ทักษะด้านงานฝีมือเพื่อนำไปประกอบอาชีพในการใช้ชีวิตภายนอกเรือนจำ

 

ผลการวิจัยยังพบว่า การลงมือเย็บผ้าทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด การจดจ่ออยู่กับงานทำมือ ทำให้สมองของเราได้อยู่ในภาวะที่คล้ายการนั่งสมาธิ ผ่อนคลายและฟื้นฟูเส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะ

7 ด้านดีของ “การปักผ้า” ที่ช่วย “เยียวยา” หัวใจดวงน้อย ^^

 

ได้ปัดเป่าความเครียด คลายความกังวล

การที่ได้ทำอะไรซักอย่างด้วย “มือ” ไม่ว่าจะเป็นการถักทอ การทำอาหาร การวาดภาพ ไปจนถึงการทำสวน ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยปรับอารมณ์และลดความตึงเครียด การปักผ้าด้วยมือก็ให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน การปักนั้นเป็นการกระทำที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบร้อน เป็นวิธีรักษาความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี ขณะที่คุณบรรจงปักเข็มลงบนผ้าอย่างช้า ๆ และปักซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นลวดลาย การจดจ่อกับสิ่งที่ทำจะช่วยลดฮอร์โมนความเครียด ขจัดเรื่องที่ว้าวุ่นใจ คลายความวิตกกังวล ขณะเดียวกันสมองก็ได้ปลดปล่อยสารแห่งความสุขออกมาด้วย 

 

นอกจากนี้ “สีของด้าย” ที่ใช้ปักผ้ายังมีผลต่อจิตใจ สีพื้น ๆ ที่สบายตาอย่าง สีขาว สีครีม สีทอง สีคราม หรือสีเขียว จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและจุดประกายความสุข

ได้ลดความดันโลหิต หัวใจสูบฉีดเป็นปกติ

การปักผ้าจะช่วยให้คุณหันมาโฟกัสแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้คุณลืมความเครียดอย่างยั่งยืน ช่วยรักษาความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังพุ่งสูงให้สงบนิ่งลงได้ การได้เห็นลายปักผ้าที่สวยงามโดยเฉพาะดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกไม้ ลายต้นไม้ ช่วยให้คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากขึ้น จิตใจเงียบสงบ ด้วยเหตุนี้ การปักผ้าจึงทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนจริง ๆ

 

ได้ฝึกความอดทน ช่วยให้ใจเย็น

จริงอยู่ที่การปักผ้าจะใช้เวลาพิถีพิถันนานเป็นพิเศษช่วยให้งานปักนั้นออกมายอดเยี่ยม และได้เรียนรู้ศิลปะแห่งความอดทน ในโลกที่อะไรก็เร็วไปหมด ทำให้ทุกคนใจร้อน คุณอาจเปลี่ยนใจมาใช้เครื่องจักรปักผ้าเพื่อช่วยให้ชิ้นงานเสร็จเร็วขึ้น แต่การปักผ้าด้วยมือเป็นศิลปะที่จะช่วยฝึกฝนให้เกิดความพยายามอย่างมากและคอยเตือนสติให้ช้าลง และอยู่กับปัจจุบัน ความคิดที่ฟุ้งซ่านเริ่มเงียบลงเพราะมือกำลังจดจ่ออยู่กับเข็ม ด้าย ผ้า และการคิดลวดลายของคุณ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ “สติ”

 

ได้ระบายอารมณ์

สารควบคุมอารมณ์และความรู้สึกที่เรียกว่า “โดปามีน” จะปล่อยออกมาเมื่อเราทำงานศิลปะ ศิลปินในประวัติศาสตร์อย่าง วินเซนต์ แวน โก๊ะ หรือเลโอนาร์โด ดา วินชี ต่างหันมาใช้งานศิลปะของตัวเองเป็นตัวช่วยปลดปล่อยอารมณ์ การเย็บปักถักร้อยก็ถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยคลายความอัดอั้นตันใจแล้วมาระบายลงบนผืนผ้า บางครั้งความรู้สึกและอารมณ์นั้นยากเกินกว่าจะระบายออกมาเป็นคำพูดได้ หากเก็บกดไว้นาน ก็อาจระเบิดออกมาโดยไม่รู้ตัว ทางออกที่สร้างสรรค์ที่สุดอย่างงานปักผ้าจะช่วยให้คุณได้สื่อสารกับตัวเอง บางครั้งการแทงเข็มลงบนผ้าเหมือนได้แก้แค้น แม้ในชีวิตจริงจะทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยสมองก็ได้ปลอดปล่อยความรู้สึกรุนแรงที่สะสมออกมาและเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน

ได้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์

การปักผ้าช่วยยกระดับความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้ไม่น้อย แม้ว่าคุณจะไม่ถนัดด้านการใช้ความคิดสร้างสรรค์ก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การสร้างศิลปะบนผ้าที่ที่สวยงามเท่านั้น แต่เกี่ยวกับขั้นตอนการลงมือทำอย่างช้า ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ทำให้ชิ้นงานนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เท่านี้ก็นับว่าเป็นการฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เก่งทีละนิดแล้ว

 

ได้พัฒนาสมอง เพิ่มสติปัญญา

จากการศึกษาหนึ่งพบว่า การประดิษฐ์ การอ่าน การเล่นเกม และงานฝีมือที่มีความพิเศษเฉพาะตัวสามารถลดความเสี่ยงด้านความบกพร่องทางสติปัญญาได้อย่างน้อย 30 % ถึง 50% เลยทีเดียว เนื่องจากต้องใช้สมองหลายส่วน ทั้งการประมวลผลภาพ หน่วยความจำ ระยะความสนใจ และการแก้ปัญหาด้วย 

 

สมองของคนเรามีความยืดหยุ่นอย่างน่าประหลาดใจ คุณลักษณะนี้เรียกว่า Neuroplasticity ช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ได้เสมอ ยิ่งเราถูกกระตุ้นสมองมากเท่าไร ความยืดหยุ่นของเส้นประสาทก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยกระตุ้นให้เกิดทักษะและการเรียนรู้ใหม่ ๆ



ได้ค้นพบตัวเอง

ประโยชน์ของงาน “ปักผ้าด้วยมือ” นอกจากเป็นงานอดิเรกที่นำพาความสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจแล้ว ยังเกิดการค้นพบตัวเอง รู้ถึงสิ่งที่ชอบ และต่อยอดเป็น “อาชีพที่ใช่” ที่มีแนวโน้มว่าไปได้สวย แม่บ้านบางคนตั้งใจว่าจะหยิบหมวกซักใบมาปักลายง่าย ๆ แก้เหงา แต่พอโพสลงโซเชียลกลับมีคนสนใจขอซื้อต่อ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเองที่ชิ้นงานนั้นทำแล้วมีคนชื่นชม หรืออย่างเช่น ผู้สูงอายุจากกลุ่มปักผ้าด้วยมือบ้านสันกอง จ.เชียงราย ใช้เวลาเพื่อเรียนรู้งานปักผ้าเป็นอาทิตย์ หรือบางคนเป็นเดือน เพื่อหาเวลาว่างสร้างรายได้ให้ตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินของลูกหลาน ผลงานปักผ้าก็จะทำให้ผู้สูงอายุเกิดกำลังใจ ได้หัวเราะ ได้มีความสุขกับงานที่ตัวเองชอบ

 

งานปักผ้าได้เยียวยาจิตใจโดยเฉพาะผู้สูงอายุไม่น้อย อย่างยุวดี นิรัตน์ตระกูล ช่างปักวัยเกษียณ ที่มีผลงานปักผ้าจากซีรีส์เกาหลี ตอนนี้มีผลงานมากกว่า 10 ชิ้นที่ฝากความสุขบนผืนผ้า สามารถติดตามได้ในข่าวสารการเรียนรู้ HAVE A NEWSDAY (คลิก)

 

ขอบคุณข้อมูล: เย็บ ปัก ถัก ทอ เอกลักษณ์และศิลปะลวดลายผ้าชาวเขา, ความเป็นมาของผ้าปักโบราณ, pattraphathai.com, สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย