image

5 แนวคิดกับบทเรียนชีวิต ของ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์

11 ก.ย. 65 เวลา 09.00 น.
Share
ถ้าในวันหนึ่งแฟนเพลงที่เคยรักเรา เผลอลืมเราไป ไม่แม้แต่เปิดเพลงของเราฟัง มันอาจจะมีความรู้สึกแต่ไม่ใช่การเสียใจเด็ดขาด ในเมื่อมีตัวเลือกมากมายเปรียบดั่งอาหารที่เราต้องกินหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นพี่เบิร์ดขอเป็นน้ำปลาพริกอย่างเดียวพอ ใครที่คิดถึงบ้านก็กลับมากินน้ำปลาพริกที่บ้านแค่นั้นพอ...

คำพูดของอัลเบิร์ต แมคอินไตย์ (Albert Mcintyre) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์” ศิลปินที่สร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับผู้คนมากมาย และไม่ว่าโลกจะหมุนรอบตัวไปอีกสักกี่รอบ เขาก็ยังคงเป็นสุดยอดศิลปินที่ครองใจคนไทยตลอดกาล

ความสามารถในการประคองชื่อเสียงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา กับการโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง ทั้งการแสดง ร้องเพลง คอนเสิร์ตมากมายหลายเวทีจนถูกยกย่องว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทย เขาผ่านช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยมาได้อย่างไร และอะไรที่ทำให้เขาใช้ใจบันดาลแรงในการทำสิ่งที่รัก วันนี้ ALTV ขอพาทุกคนไปรู้เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ผ่านแนวคิดและบทเรียนชีวิตของ “ด.ช.ธงไชย” จากสลัมบางแค ให้ก้าวขึ้นมาสู่การเป็น "พี่เบิร์ด" ของทุกคน

🟠บทเรียนที่ 1 ในชีวิตยิ่งไม่แข่งขัน ยิ่งแพ้ !

        การเป็นศิลปินของ “พี่เบิร์ด” เป็นการแข่งขันกับตัวเองมาตลอด ทั้งซ้อมร้องเพลง ซ้อมเต้น แม้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีอย่างการมีโควิด-19 เข้ามาในชีวิต เขาก็ยังคงซ้อมอยู่ที่บ้าน ทำเช่นเดิมแบบที่เคยทำมาอยู่เสมอ และก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ตทุกครั้งต้องรู้ก่อนว่าเราต้องทำอะไรบ้าง

ถ้าง่าย เราจะไม่ทำ เพราะว่าง่าย ๆ ทำกันเองได้ แต่ถ้ายาก ๆ ส่งมาให้เบิร์ดได้เลย

นั่นเป็นคำพูดของคนที่ชอบทำในสิ่งที่ท้าทายกับชีวิต ชอบการชนะใจตัวเองด้วยการฝึกฝนทำสิ่งนั้นบ่อย ๆ ยกตัวอย่างจากการเต้น ที่มีคนสนิทของพี่เบิร์ดถึงเอ่ยปากบอกว่า “จ้างไม่ให้เต้น เอาเท่าไหร่ ?” นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พี่เบิร์ดต้องฮึบสู้ ลุกขึ้นมาเอาชนะตัวเอง ด้วยการเรียนเต้น แล้วบอกกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้ ! แต่ในขณะเดียวกันการทุ่มเทในการฝึกฝนผู้คนรอบข้างอาจสงสัยว่า มันจะยากไปไหม ทำไมพี่เบิร์ดไม่ถอย ขยันฝึกเต้นให้ได้อะไรขึ้นมา..

เรามีสิทธิ์คิดแบบนั้นได้ด้วยหรอ...สำหรับพี่ไม่ได้นะ พี่ต้องทำตามความเหมาะสมของคนที่ควรจะเป็น ไม่ทำตามคำสั่งใครด้วย ทำตามคำสั่งสิ่งที่ควรจะเป็น อย่างการเป็นนักร้อง ต้องแข็งแรง ต้องเป็นนักกีฬา ต้องเต้นได้ ร้องได้ และต้องทำทุกอย่างได้ พี่เอาความจนจากบางแคมาใส่ มันเลยกลายเป็นคนคิดความเชื่อเช่นนี้

มุมมองจากบทเรียนชีวิตนี้ อาจจะเป็นแนวคิดให้ทุกคนลุกขึ้นมาแข่งกับตัวเราเอง ในวันที่เรากำลังจะเริ่มต้นพยายามทำอะไรก็ตาม การแข่งขันกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่นถือเป็นเรื่องที่ชนะใจตัวเองอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับการแข่งขันทั่วไปที่ต้องมีแพ้ชนะ แต่หากว่าในชีวิตนี้เลือกที่จะไม่ลงมือทำอะไรเลย นอกจากจะไม่มีวันชนะแล้ว นั่นอาจหมายถึงว่าเราได้แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

🟠บทเรียนที่ 2 พื้นหลังจากครอบครัวเป็นแรงผลักดันสู่ความสำเร็จ

        จากชีวิตจริงในวัยเด็กของพี่เบิร์ดที่เติบโตอยู่ที่สลัมบางแค พร้อมกับความยากลำบาก และความจนในครอบครัว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีแต่เสียงทะเลาะวิวาท แต่มุมมองของพี่เบิร์ด สิ่งที่สวยงาม และมีความสุขที่สุดคือการได้เห็นรอยยิ้มของกันและกัน ซึ่งจากเหตุการณ์ช่วงในวันคริสมาสต์ที่ไม่เคยลืม

ตอนเด็ก ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมวันคริสมาสต์ต้องมีดนตรี ทำไมป๊ากับแม่ต้องทำอาหาร และให้ลูกเดินถือไปแจกให้กับชาวบ้านทุกหลัง ซึ่งได้กลับมาเพียงคำอวยพร และเสียงขอบคุณจากพวกเขา พี่รู้สึกว่ามีความสุขมาก ๆ พี่เข้าใจในสิ่งที่แม่พยายามปลูกฝัง และสอนว่า เอาไปให้คนอื่นก่อน เหลือแล้วค่อยเอากลับมากินกัน

สิ่งเหล่านี้คือความทรงจำตั้งแต่เด็กที่ไม่มีวันลืม เป็นสิ่งที่ได้รับคำสอน รอยยิ้ม จากครอบครัวและคนรอบข้างมากมาย ถึงแม้ว่าจะเกิดเป็นลูกคนที่ 9 ท่ามกลางพ่อแม่พี่น้องที่ค่อนข้างระหองระแหง แต่ด้วยความจน มันเป็นบทเรียนที่สอนให้เรามีความพยายาม และมีความมุ่งมั่นเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นผลทำให้เราไปถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จได้อย่างดี ด้วยสิ่งที่ไม่เคยมี ไม่เคยทำได้ จึงเป็นแรงผลักดันให้เราไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้ในที่สุด

ซึ่งเชื่อว่าทุกคน ทุกครอบครัว มีพื้นหลังในชีวิตที่แตกต่างกันไป บางคนมีทรัพย์สิน มีกำลังเพียงพอที่จะผลักดันคน ๆ หนึ่งไปให้ถึงฝั่งฝัน แต่อีกมุมหนึ่งของโลกยังมีอีกหลายคนที่มีใจสู้ พร้อมที่เดินในเส้นทางที่ตัวเองได้ฝันไว้ แต่อาจเป็นเส้นทางที่แสนขรุขระ มีหลุมมีบ่อ และอุปสรรคให้ท้าทายมากมาย แต่อย่างไรก็ตามครอบครัวยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่พร้อมจะหนุนหลังผลักดันให้เราเดินบนถนนที่เรียบ และใช้ชีวิตได้ตามความฝันให้สำเร็จ

🟠บทเรียนที่ 3 ใช้ใจบันดาลแรง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

        ทุกครั้งที่เรากำลังพยายามทำ ทุ่มเท เหน็ดเหนื่อย แต่น้อยคนที่จะเห็นในสิ่งที่เราพยายาม หากมองย้อนกลับไปในจุดที่เราไม่มีอะไร แต่มีขึ้นมาได้ เพราะโอกาสที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นมาให้ จึงต้องพยายามทำมันให้ออกมาดีที่สุด

        ในช่วงเวลาหนึ่งที่อายุเราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักมีหลายโปรเจกต์ถาโถมเข้ามาเรื่อย ๆ บางครั้งมันอาจจะหมดแรง ท้อแท้ แต่ก็ยังต้องใช้ใจในการบันดาลแรง คือลงมือทำในวันที่ไม่มีใครเห็น เช่นการออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง เพื่อขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตได้อย่างสง่างาม รวมถึงแรงบันดาลใจ แรงผลักดันในการเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างสนุกสนาน จากครอบครัว คนดู ทีมงาน และทุกคน

ลมใต้ปีกที่ทำให้พี่เบิร์ดบินสูงขึ้น มันเกิดจากลมทั้งตัวที่ผลักดัน ทั้งคนดู ทีมงาน และทุกคนที่ช่วยกัน Support ให้เบิร์ดมีทุกวันนี้ ทุกครั้งที่โค้งตัว และเงยขึ้นมา พี่จะเห็นเหมือนภาพวาด เพราะไม่มีครั้งไหน ที่นั่งไหน หายหรือแหว่งไป ทุกครั้งผู้คนแน่นเอียด เต็มทุกที่นั่ง

 ซึ่งเชื่อว่าคอนเสิร์ตของพี่เบิร์ดเป็นต้นแบบการทำโชว์หลายเวทีในประเทศไทย ไม่ใช่แค่การทุ่มเทแรงกายในแสดง ร้องเพลง แต่เป็นการที่ทุ่มเทความรักลงไปด้วยทุกครั้ง เช่นเดียวกับการเลือกใช้ชีวิตของทุกคน เมื่อเวลาทำงานในสิ่งที่รัก แม้จะขาดกำลังใจ หรือรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้กับสิ่งเหล่านั้น จงอย่ายอมแพ้ ใช้มือข้างที่ถนัดของชีวิตลงมือทำ และใช้ใจบันดาลแรง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ต่อไป

🟠บทเรียนที่ 4 ดูแลรักษาหัวใจของผู้อื่น

       ที่ผ่านมาพี่เบิร์ดดูแลทีมงานทุกคนกว่า 100 ชีวิต เพราะรู้ว่าทุกคนทุ่มเท และพร้อมในการเป็นฟันเฟืองเดียวกันบนเวทีคอนเสิร์ต เพื่อให้โชว์ออกมาดีที่สุด ทุกครั้งที่ได้เห็นทีมงานทุกคนมารวมตัวพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคน ซึ่งทำให้ต้องตอบแทนด้วยการตั้งใจในการฝึกซ้อม และดูแลเอาใจใส่ทีมงานทุกคนให้ดีที่สุด

เบิร์ดสัญญากับตัวเองแล้วว่า ต้องไปให้ถึงที่สุด ให้ทุกคนมีความสุขที่สุด เพราะได้ส่งป๊าแม่ ส่งคนที่เรารักไปอยู่บนสวรรค์ ตอนนี้เหลือแต่หน้าที่ของเราที่จะทำให้คนบนโลกใบนี้ มีความสุข และได้รู้จักกับ "เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์" ให้มากที่สุด

        ทุกโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตที่ออกมาสวยงามได้ ไม่ใช่แค่ผู้นำที่ยืนอยู่บนเวที แต่เป็นเพราะทุกคนที่อยู่เบื้องหลังให้กันและกันมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าทุกครั้งพี่เบิร์ดพยายามเอาใจใส่ทีมงาน และคนดูอยู่เสมอ ไม่มีแม้คำพูดที่แสดงถึงการถอดใจกับคอนเสิร์ตครั้งไหน ๆ เพราะเข้าใจและรับรู้ได้ว่า มีแฟนเพลงอีกมากมายที่ตั้งตารอดู และทุกครั้งไม่อยากให้งานจบลง เพียงเพราะเห็นใจคนดูที่เฝ้ารอคอยมาคอนเสิร์ต สงสารความตั้งใจของทีมงาน สงสารเก้าอี้ที่หลังจากทุกคนลุกกลับบ้านก็จะเหลือเพียงความว่างเปล่า นี่อาจเป็นสิ่งที่คน ๆ หนึ่งจะตอบแทนความรักด้วยการดูแลรักษาหัวใจของคนอื่น และไม่เคยลืมดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเช่นกัน เพื่อให้มีกำลังกายและใจดูแลคนรอบข้าง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ แม้วันที่เราจะอยู่จุดบนสุดของชีวิตก็ตาม

🟠บทเรียนที่ 5 โลกไม่หยุดหมุน จงอย่าหยุดเรียนรู้

       ถึงแม้การเลือกเดินในเส้นทางความฝันจะทำให้เราได้มีชื่อเสียงที่โด่งดัง มีประสบการณ์มากมายในชีวิต แต่สิ่ง ๆ หนึ่งที่ทุกวันนี้ที่ยังตีความผ่านบทเพลงไม่ได้ นั่นคือความรัก ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยากในชีวิตสำหรับใครหลาย ๆ คนเช่นกัน ทำให้ได้เรียนรู้ และเข้าใจกับการจัดการของความเหงาที่เผลอเข้ามาในชีวิตเรา เพียงลงมือทำบางอย่างเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป แต่สำหรับพี่เบิร์ด หากมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่เข้ามาพรากความรักจากแฟนเพลงให้หายไป อาจมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บ้าง แต่คงไม่ถึงกับเสียใจ เพราะเชื่อว่าทุกวันนี้มีบทเพลงให้เลือกฟังมากมาย เช่นเดียวกับอาหารที่มีให้เราเลือกกินได้หลากหลายเมนู

ความพยายามและความตั้งใจส่งต่อเป็นความสำเร็จในเรื่องการร้องเพลง โชว์ เต้น รวมถึงการคว้าปริญญาเอกที่ผ่านมา จนเกิดเป็นความภูมิใจที่คน ๆ หนึ่งจะพยายามทำมันได้ถึงทุกวันนี้ แต่คงจะไม่หยุดการเรียนรู้แม้ที่ผ่านมาจะมีประสบการณ์มากมายเพียงใด ก็ไม่เท่ากับการสะสมประสบการณ์ในวิชาชีวิต

ตราบใดที่โลกยังหมุนอยู่ ทุกคนต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ทุก ๆ วัน และต้องอนุญาตให้ตัวเองได้เปิดใจรับการหมุนของโลกไปพร้อมกัน

ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เชื่อว่าทุกคนคงมีความฝัน มีสิ่งที่อยากจะลงมือทำมากมาย และหวังให้ทุกคนเปิดใจเรียนรู้จากบทเรียนในชีวิต เพื่อเก็บสะสมเป็นประสบการณ์สู่เส้นทางความสำเร็จ

        ถ่ายทอดเส้นทางความสำเร็จบนความสุข และรอยยิ้มจากผู้คน ผ่านบทสัมภาษณ์จากรายการ The Lessons บทเรียนชีวิต ทาง ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 (คลิก)

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Bird Thongchai