image

ย้อนความทรงจำ สถานีรถไฟหัวลำโพงตลอด 1 ศตวรรษ

27 พ.ย. 64 เวลา 09.00 น.
Share

"สถานีหัวลำโพง" เป็นสถานีรถไฟหัวใจหลักประเทศไทย เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเดินทางของหลาย ๆ คน ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว สถานีจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน หอบลูก จูงหลาน กลับภูมิลำเนา ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาพที่เราคุ้นตากันอย่างดี แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นความทรงจำ

เป็นเวลา 105 ปีที่รถไฟในสถานีแห่งนี้ทำหน้าที่รับ-ส่งผู้คนจากทั่วทุกสารทิศให้ไปถึงเป้าหมาย ซึ่งแต่ละคนก็มีความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจคิดถึงวัยเด็ก บางคนคิดถึงการนั่งรถไฟครั้งแรก หรือบางคนอาจจะคิดถึงความยากลำบากที่ต้องหอบกระเป๋าสัมภาระเยอะแยะมาเรียนต่อ หรือหางานทำ แต่ไม่ว่าความทรงจำของคุณจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนความทรงจำก่อนที่ขบวนรถไฟจะสิ้นสุดในวันที่ในวันที่ 23 ธันวาคม 2564

 

จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์สถานีหัวลำโพง

ขอบคุณรูปจาก : เบาสมอง

เป็นสถานีรถไฟหลวงแห่งแรก เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการขนส่งระบบรางในประเทศไทย ซึ่งแลนด์มาร์กประจำย่านหัวลำโพงแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ วันที่ 25 มิถุนายน 2459 โดยทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยแก่ผู้โดยสารมายาวนานถึง 105 ปี ซึ่งความสำคัญของสถานีหัวลำโพงคือการทำให้ไม่ต้องกระจุกความเจริญในเมืองเพียงอย่างเดียว พอมีรถไฟจึงทำให้เกิดการพัฒนาของเมืองในสถานีอื่น ๆ อีก หรือเกิดการแลกเปลี่ยนสินค้า ทั้งนำเข้าและส่งออก ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้การพัฒนาประเทศกับการรถไฟนั้นแทบแยกกันไม่ออก เนื่องจากเป็นศุนย์กลางของการเชื่อมโยงของคนทั้งประเทศได้

โดยตัวพื้นที่ทั้งหมดของสถานีมีขนาด 120 ไร่ รองรับรถไฟทางไกล 14 ชานชาลา และสามารถรับผู้โดยสารได้ประมาณ 60,000 คน-เที่ยว/วัน ทั้งมีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่น ๆ ที่หลากหลาย

 

แค่พูดถึงหัวลำโพง อย่างแรกที่คิดถึง คือสถานีรถไฟหัวลำโพง

เคยสงสัยไหมว่าชื่อหัวลำโพงมาจากไหน? ต้องบอกก่อนว่าชื่ออย่างเป็นทางการเรียกว่า "สถานีรถไฟกรุงเทพ" แต่ที่นิยมเรียกกันว่า สถานีรถไฟหัวลำโพง เพราะสันนิษฐานกันว่า "หัวลำโพง" เป็นการตั้งชื่อตามคลองและทุ่งที่มีฝูงวัวที่วิ่งกันคึกคัก ที่เรียกว่า ทุ่งวัวลำพอง และได้เพี้ยนเสียงมาเป็น หัวลำโพง แต่ก็ยังมีอีกการคาดเดาว่าอาจเป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งคือ"ต้นลำโพง" ซึ่งเคยมีมากในบริเวณนี้ แต่ไม่ว่าที่มาของชื่อจะมาจากอะไร เมื่อพูดถึงหัวลำโพง เราจะต้องคิดถึงสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นอย่างแรกแน่นอน

 

ความงดงามของสถานีรถไฟหัวลำโพง

ขอบคุณรูปจาก : BBC

ไม่ว่าคุณจะเดินทางมาทำอะไรที่สถานีหัวลำโพงก็ตาม เชื่อว่าในกล้องของคุณจะต้องมีรูปภาพของสถานีติดไปด้วยอย่างแน่นอน เพราะเบื้องหลังรูปภาพที่ดูวินเทจนั้นมาจากสถาปัตยกรรมที่มีการออกแบบโครงสร้างเป็นรูปโดมสไตล์อิตาลี ที่ผสานกับศิลปะยุคเรอเนสซอง ทั้งแปลกตาและไม่ได้เห็นได้บ่อย ๆ ในประเทศไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสถานีรถไฟเมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (Frankfurt Germany) อีกทั้งความพิเศษคือวัสดุสำเร็จรูปที่ใช้ในการก่อสร้าง ก็สั่งนำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี 

ขอบคุณรูปจาก : Bangkok Patana School

มีความโดดเด่นที่ดึงดูดจากหินอ่อนที่บันไดหรือเสาอาคารบริเวณทางขึ้นที่ทำการกองโดยสาร รวมถึงกระจกสีที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศ ไหนจะนาฬิกาที่ถูกติดตั้งไว้กึ่งกลางยอดโดมของสถานี ใช้บอกเวลาให้แก่ผู้สันจรไปมาบริเวณนั้น เป็นเอกลักษณ์ที่เรียกได้ว่าเป็น "ภาพติดตาผู้มาเยือน" ซึ่งถูกออกแบบโดย มิสเตอร์ มาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตาเลียนที่เข้ามารับราชการอยู่ที่กระทรวงโยธาธิการในราชสำนักสยาม

 

สัญญาณแห่งการพบและจากลา

ขอบคุณรูปจาก : Snapshot

ภาพที่เราคุ้นตาและคลาสสิกมาก ๆ มาตลอด 105 ปี คือการใช้สัญลักษณ์ธง มีทั้งธงแดงและธงเขียว ใช้บอกการหยุดขบวนรถไฟ และระฆังที่ดัง 3 ครั้งที่เมื่อดังขึ้นแล้วจะเป็นรับรู้ว่า จะต้องปล่อยรถไฟออกจากชานชาลา แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก้าวไกลมากขึ้น สัญญาณเหล่านี้ก็คงต้องหายไปตามเวลา รวมถึงป้ายไม้ที่ใช้บอกถึงจุดหมายปลายทางข้างรถไฟ ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นแบบดิจิตอลแล้วด้วยเช่นกัน เสียงของรถไฟก็ยังเป็นสัญญะที่บ่งบอกถึงการพบปะ และจากลาของใครสักคน..

 

ถึงแม้เหนื่อยล้าจากการเดินทาง ก็ยังมีอาหารปลอบใจ

ขอบคุณรูปจาก : Pantip

ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟ แต่ทุกครั้งที่ได้ไปเยือนก็อดคิดถึงคำว่า "ตลาดนัดรถไฟ" ไม่ได้เลย เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ขายต่างขนรถเข็น หรือแม้กระทั้งปูเสื่อ จับจองที่บนถนนฟุตบาท ขายของสารพัดแตกต่างกันไป เป็นภาพที่คุ้นตากันอย่างดี มีทั้งของหวานอย่าง ไอติมหลอด ไอติมกะทิ หรือจะขยับมาเป็นของคาวที่อิ่มท้องกันได้ยาว ๆ อย่าง ขนมจีน หรือจะเป็นแบบนั่งทานเป็นกิจลักษณะก็มีให้เลือก เจ้าดังเจ้าเด็ดอย่าง ราชาหอยทอด, ลอดช่องสิงคโปร์ แม้กระทั่งในตัวอาคารสถานี ใครที่กำลังรอรถไฟกลับบ้านเกิด ก็ไม่ต้องเหงาใจไป เพราะจะมีพ่อค้าขายถั่วคอยถามอย่างห่วงใยว่า "ถั่วไหมจ๊ะ" พร้อมส่งยิ้มหวาน ๆ มาให้อีกด้วย ^^

 

วงการบันเทิงกับสถานีรถไฟ

ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่กล่าวไปข้างต้น คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่จะได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งในและนอกประเทศ บ่อยครั้งที่เราเห็นสถานีรถไฟหัวลำโพงปรากฏอยู่ใน ภาพยนตร์, Music Video มาเช็คพร้อมกันหน่อย

  • Lost In Thailand

ชื่อไทยกวนๆ ว่า “แก๊งค์ม่วนป่วนไทยแลนด์” หนังสัญชาติจีนแผ่นดินใหญ่ที่พาทีมงานกองถ่ายหอบเสื่อผืนหมอนใบเข้ามาถ่ายทำกันที่เมืองไทยของเรานี้เอง เป็นเรื่องราวการเดินทางของตัวเอก จากปักกิ่งสู่สุวรรณภูมิ สู่ดอนเมือง หัวลำโพง และทั่วจังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นทริปสุดโหดพิสูจน์จิตใจ และสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นกับตัวละครที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

  • ยุนอา SNSD ก็เคยมาถ่ายทำโฆษณาเกม Ragnarok M : Eternal Love ที่สถานีหัวลำโพง

 

  • ในบ้านเราก็มีวงไอดอลอย่าง BNK 48 ที่ใช้สถานีรถไฟหัวลำโพงในการถ่ายทำ Music Video เพลง "High Tension" ด้วยเช่นกัน

 

ความประทับใจของชาวต่างชาติกับหัวลำโพง



ขอบรูปภาพจาก : Matichon Online

นอกจากนี้ สถานีรถไฟหัวลำโพงก็ยังสร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติไม่น้อยถึงขั้นนำรูปถ่ายจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปจัดแสดงนิทรรศการกันเลยทีเดียว มีชื่อว่า ‘Platform 10’ โดย Rammy Narula จัดที่ S Gallery โรงแรม Sofitel Sukhumvit เป็นนิทรรศการรวบรวมรูปถ่าย ณ สถานีหัวลำโพง ด้วยดีไซน์และสถาปัตยกรรมของสถานีหัวลำโพงมีความแตกต่าง และไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากแม้วันเวลาจะเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดเขาให้สนใจ โดยนอกจากตัวรูปถ่ายที่มีความสวยงามแล้ว นิทรรศการนี้ยังเน้นไปที่มุมมองต่าง ๆ ในสถานีหัวลำโพง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การใช้บริการของผู้คนในสถานี ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะของท่าทาง และแสง มีระยะเวลาในการถ่ายงานนี้ทั้งหมด 6 เดือน โดยคัดจากทั้งหมด 12,000 รูป มาคัดให้เหลือ 22 รูป เขายังกล่าวด้วยอีกว่า

"วันนึงเมื่อปี 2015 ผมไปเจอชานชาลาที่ 10 ซึ่งผมไม่เคยไปเลย แล้วก็อยู่บนชานชาลานั้นตั้งแต่ที่มีรถไฟมาจอด ผมจึงได้รูปในสไตล์แบบที่เห็นในซีรีส์นี้ ก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจดี เช่น กริยาของผู้คน แสงเงา เป็นต้น แล้วก็ไปค้นพบว่าชานชาลาที่ 10 รถไฟจะจอดแค่ 20 นาที นับแต่นั้นมาผมก็เลือกแต่ชานชาลานี้มาโดยตลอด ไปทุกวันเลย แต่บางวันเหนื่อยมากก็ไม่ไป ซึ่งระหว่าง 20 นาทีจะมีคนขึ้นรถไฟ คนทำความสะอาดรถไฟ คนขายของ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายใน 20 นาที ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่ามันจะต้องเป็นภาพซีรีส์นะ คิดว่าอยากถ่ายรูปเดี่ยวก่อน แต่พอไปทุกๆ วันมันก็ได้มาเยอะ ก็เลยคิดว่าทำเป็นซีรีส์ดีกว่า
แต่จริงๆ คือ แรงบันดาลใจคงเริ่มมาจากความสงสัยกับสถานที่นี้มากกว่า จนมันเริ่มกลายเป็นความท้าทายซึ่งผมต้องถ่ายที่นี่อยู่จุดเดียว ณ เวลาเดิมๆ และมีเวลาแค่ 20 นาที"

 

สมัยที่รถไฟไม่มีตู้นอน... ก็ยังมีโรงแรมราชธานี

ขอบคุณรูปภาพจาก : Thai Railway Club

ในสมัยก่อนบอกเลยว่าหากเลือกที่จะเดินทางด้วยรถไฟแล้ว จะต้องอดหลับอดนอนกันเลยทีเดียว เพราะเมื่อก่อนนั้นรถไฟยังไม่มีตู้นอน ไม่มีห้อง VIP มีเพียงที่นั่งติด ๆ กัน ให้เราได้สนุกกับการพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางข้าง ๆ แทนที่จะแยกย้ายกันไปในห้องส่วนตัวบนรถไฟ แล้วในสมัยก่อนผู้เดินทางพักกันที่ไหนล่ะ ?

ก็มีโรงแรมราชธานีนี่แหละ ที่เป็นเหมือนที่พักให้นักเดินทางได้พักผ่อน หรือหยุดพักเป็นมุมส่วนตัวให้กับนักเดินทาง ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในตัวสถานีหัวลำโพง มีเพียง 10 ห้องเท่านั้น มีการแบ่งเป็นห้อง ๆ มีเครื่องทำน้ำอุ่น ถือได้ว่าเป็นโรงแรมทีดีที่สุด และ VIP ซะยิ่งกว่าห้องในรถไฟซะอีก ซึ่งหากพูดถึงการตกแต่งของตัวโรงแรมก็คงไม่พูดถึงโถง และตัวบันไดของโรงแรมไม่ได้ ซึ่งมีความเก๋และคลาสสิก ตัวบันไดมีขนาดใหญ่ อีกทั้งโครงสร้างยังทำมาจากไม้อีกด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป โรงแรมแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นที่ทำการของฝ่ายบริการโดยสาร, ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ ในเวลาต่อมา

 

จุดสิ้นสุดของรางรถไฟสถานีหัวลำโพง กำเนิดสถานีกลางบางซื่อ

ขอบคุณรูปจาก : Thai PBS NEWS

สุดท้ายแล้วอย่างที่ทุกท่านทราบดีว่าสถานีหัวลำโพงจะต้องถูกปิดลงด้วยอายุ 105 ปี ด้วยเจตนาที่ต้องการยกระดับการคมนาคม และยกให้สถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางระบบรางของประเทศไทย โดยการออกแบบก็ยังคงมีนาฬิกาขนาดใหญ่ยักษ์ที่เป็นเอกลักษณ์อยู่เช่นเคย ให้เราหวนนึกถึงสถานีรุ่นพี่ ณ หัวลำโพง แต่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เข้ากับสมัย ยังคงไว้ซึ่งความเด่นเป็นตระหง่าน เรียกได้ว่าหากมองมาจากตึกในกรุงเทพ นาฬิกาที่สถานีกลางบางซื่อก็ยังคงดึงดูดตาอยู่เหมือนเดิม

 

แม้ว่าสถานีรถไฟหัวลำโพงจะไม่ได้ถูกทุบทิ้งไป แต่ก็คงอดนึกถึงภาพของวันที่สถานีหัวลำโพงยังคงเป็นศูนย์กลางมีรถไฟวิ่งราง ผู้คนพลุกพล่านไม่ได้ ความทรงจำ ณ สถานีที่แห่งนี้คงแตกต่างกันไป แต่ท่้ายที่สุดแล้วอย่างน้อย ๆ คนที่เคยไปสถานีรถไฟหัวลำโพง คงจะมีความสุขกับการเดินทาง ถ่ายรูป ทานอาหาร หรืออะไรก็ตาม

 

แม้ว่าการเดินทางด้วยรถไฟอาจจะทำให้เราถึงช้าหน่อย แต่ก็ได้เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ข้างทาง ได้พบเจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าที่ตู้เสบียงอาหาร ได้อยู่ร่วมกับคนอื่นมากขึ้น ขอบคุณสถานีรถไฟหัวลำโพงที่ทำให้รู้ว่า บางครั้ง สถานที่ก็ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่เป็นประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราว และเป็นผู้คน ...