image

รวมมิตรความเป็นที่สุดของ “นโยบาย”

16 พ.ค. 65 เวลา 10.00 น.
Share

รวมมิตรความเป็นที่สุดของคำว่า “นโยบาย”

ในช่วงนี้นับว่าเป็นโอกาสทองโค้งสุดท้ายที่ผู้สมัครจะเดินหน้าหาเสียง พร้อมชูนโยบายเด็ด ๆ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาว กทม. ต่อไปในอนาคตได้ แต่นโยบายใครจะเจ๋งพอที่ประชาชนจะเทคะแนนให้วันนี้ ALTV จะพาไปส่องนโยบายของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ถูกพูดถึงและเป็นที่น่าจับตามากที่สุดในขณะนี้

💥เปิด 5 ตัวเต็ง กับ นโยบาย ที่อาจจะมัดใจคนกรุงได้มาก(ที่สุด) ❗️

จากผลสำรวจสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นศูนย์รวมคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่สะสมประสบการณ์กว่า 20 ปี ได้ทำการศึกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2565 ผลจากการสำรวจเสียงของคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เทคะแนนโหวตให้กับผู้สมัคร 5 อันดับดังต่อไปนี้ ที่ชูนโยบายโดนใจ พร้อมส่งแรงเชียร์ให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ในหัวใจประชาชน 

อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์  

“มาร่วมกันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน”

เจ้าของฉายา “บุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ที่ใช้เมืองน่าอยู่สำหรับกลยุทธ์หาเสียงสุดล้ำเรียกได้ว่าใคร ๆ ก็คาดไม่ถึงกับไอเดียป้ายหาเสียงขนาดกระทัดรัด แถมจบเกมการเลือกตั้งแล้วยังเอาไปรีไซเคิล ตัด เย็บ เป็นกระเป๋าสะพายข้างได้อีก ซึ่งไม่น้อยหน้าให้กับนโยบายที่วางไว้ถึง 200 นโยบาย ครอบคลุมปัญหาและความต้องการของพี่น้องคนกรุงเทพฯ ในคอนเซปต์ กรุงเทพฯ 9 ดี ได้แก่

  • ปลอดภัยดี
  • สุขภาพดี
  • สร้างสรรค์ดี
  • สิ่งแวดล้อมดี
  • บริหารจัดการดี
  • เรียนดี
  • โครงการดี
  • เศรษฐกิจดี
  • เดินทางดี

นอกจากนี้ การหาเสียงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถือเป็นวิธีใหม่ ๆ ที่เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่านอกจากป้ายหาเสียงที่ติดอยู่ริมถนนแล้ว ยังมีช่องทางในการแสดงนโยบายมากมาย ทั้งบนเว็บไซต์ และช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ที่ประชาชนสามารถรับรู้และเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สมัครคนนี้ มีผลสำรวจนำโด่งมาเป็นที่ 1 ครองใจประชาชนอยู่เสมอ

📌 ตัวอย่างนโยบาย :

  • แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต 250 ซอย ขุดลอก-ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กิโลเมตร
  • บ้านมั่นคง ที่อยู่อาศัยชั่วคราว (housing incubator) สำหรับนักเรียนนักศึกษาจบใหม่อายุ 18-25 ปี เช่าในราคาต่ำ ระยะเวลา 5 ปี
  • จัดทีม “นักสืบฝุ่น” ศึกษาต้นตอ PM 2.5 จัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรกลาง command center จัดพื้นที่ขายของสำหรับหาบเร่

อันดับ 2 สกลธี ภัททิยกุล

“กรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้”

ตามมาติด ๆ สำหรับอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ดึงนโยบายสกลธีโมเดลเข้ามาใช้ โดยมุ่งสร้างความสุขเพื่อให้กรุงเทพฯ ดีกว่าเดิมได้ พร้อมชูนโยบายหลักถึงกระบวนการทำงาน และเทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนปรับปรุงส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการจัดหารายได้เข้าคลังโดยตรง แบ่งออกเป็น 6 ด้านหลัก ได้แก่

  • ด้านการขนส่ง การจราจร
  • ด้านสาธารณสุข
  • ด้านการศึกษา
  • ด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความปลอดภัย ระบายน้ำ และจัดการผังเมือง
  • ระบบบริหารจัดการ ปรับระบบการบริหารเข้าสู่ระบบดิจิทัล
  • พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และท่องเที่ยว

📌 ตัวอย่างนโยบาย :

  • เพิ่มศูนย์สาธารณสุข 69 แห่ง ให้เป็นสมาร์ทคลินิก นำระบบ Telemedicine เพื่อความสะดวก ประหยัดทั้งบและเวลา พร้อมชะลอลดการเดินทาง
  • โรงเรียนดีใกล้บ้าน ปรับให้เป็นโรงเรียนสองภาษา อาหารครบโภชนาการฟรี ลดภาระครู 
  • มีแอปพลิเคชัน BKK เดียวครบทุกเรื่องใน กทม. 

อันดับ 3 สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

“เปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้”

เจ้าของวลีเด็ด “เพราะผมนี้ถือว่าเป็นทายาทสายตรงไอน์สไตน์คนเดียวในแผ่นดินไทยเลยครับ...” ที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นอยากจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็น “เมืองสวัสดิการที่ทันสมัยและเป็นต้นแบบอาเซียน” หากมองภาพรวมของนโยบายแล้ว ถือว่ามีความหลากหลาย โดยมีแนวทางเปลี่ยนโครงสร้างเมือง และการเปลี่ยนให้คนกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้แก่

  • แก้ปัญหาจราจรเบ็ดเสร็จ
  • แก้ปัญหาน้ำหนุน ท่วม เน่า ซ้ำซาก
  • เปลี่ยนเมืองให้ปลอดภัยและน่าอยู่
  • เงินเต็มบ้าน งานเต็มมือ
  • หมอมี สาธารณสุขดีและใกล้บ้าน
  • โรงเรียนดีและใกล้บ้าน

📌 ตัวอย่างนโยบาย :

  • สร้างสวนสาธารณะฉบับกระเป๋า (Pocket Park) เปลี่ยนพื้นที่รกร้าง ให้เป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม
  • ทำแก้มลิงใต้ดินแก้น้ำท่วม และแก้ปัญหาน้ำรอระบาย ด้วยการเพิ่มพื้นที่แก้มลิงใต้ดินให้ใหญ่ขึ้น
  • ติดตั้งอินเทอร์เน็ต 150,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ ความเร็ว 1,000 MB ให้คนกรุงเทพฯ ใช้ได้ฟรี

อันดับ 4 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

"พร้อมชน เพื่อคนกรุงเทพฯ"

ผู้สมัครที่แสดงจุดยืนการหาเสียงอย่างตรงไปตรงมา กับการเปิดตัว 12 นโยบายเลือกตั้ง ที่เน้นความเท่าเทียมให้คนกรุงเทพฯ

  • การเพิ่มสวัสดิการแก่กลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ
  • วัคซีนฟรี
  • ชาวกรุงเทพฯ ร่วมโหวตงบ-โครงการที่อยากได้
  • บ้านในเมือง 10,000 ยูนิต
  • ยกระดับรถเมล์
  • ขึ้นค่าเก็บขยะห้างใหญ่
  • อัปเกรตศูนย์เด็กเล็กเทียบเอกชน
  • ลอกท่อ-คลองแทนอุโมงค์ยักษ์
  • เปลี่ยนที่รกร้างเป็นสวนสาธารณะ
  • ทางเท้าดีเท่ากันทั้งกรุงเทพ
  • เจอส่วย แจ้งผู้ว่าฯ

📌 ตัวอย่างนโยบาย :

  • การเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส ระบบในการร้องเรียน การมีผู้สังเกตการณ์อิสระ และการทำงานกับแนวร่วมประชาชน เพื่อตรวจสอบสัญญาในโครงการต่างๆ
  • เพิ่มงบสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุให้เป็น 1,000 บาทต่อเดือน , ค่าเลี้ยงดูบุตรแรกเกิด จนถึงอายุ 6 ขวบ ให้เป็น 1,200 บาทต่อเดือน และเบี้ยคนพิการ ให้เป็น 1,200 บาทต่อเดือน
  • ระบบ Telemed ลดการขาดยา ขาดนัดพบแพทย์ ของผู้ป่วยเรื้อรัง และเพิ่มศูนย์กายภาพบำบัด ลดจำนวนผู้ป่วยติดเตียง

อันดับ 5 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง

“กรุงเทพฯ ต้องไปต่อ”

อดีตพ่อเมือง ลงสนามสู้ศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ พร้อมเปิดนโยบาย 8 ด้านมัดใจคนกรุงฯ เน้นย้ำอยากเห็นทุกคนอยู่อย่าง “ปลอดภัย สงบสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ขอมุ่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเพื่อให้กรุงเทพฯ ได้ไปต่อจากสิ่งเคยที่ทำไว้แล้ว

ต่อที่ 1 แก้ปัญหาน้ำท่วม

ต่อที่ 2 สร้างความสะดวกในการเดินทาง

ต่อที่ 3 ส่งเสริมสุขภาพที่ดี ให้กับ "คนเมืองหลวง"

ต่อที่ 4 สร้างสิ่งแวดล้อม

ต่อที่ 5 ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้

ต่อที่ 6 เติมเต็มความปลอดภัยให้กับคนเมือง

ต่อที่ 7 เชื่อมกรุงเทพฯ สู่เมืองดิจิทัล

ต่อที่ 8 ดูแลคนทุกกลุ่มทุกวัย

📌 ตัวอย่างนโยบาย :

  • ทำระบบเชื่อมต่อการเดินทาง ด้วยรถยนต์ รถไฟฟ้า และเรือ
  • แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอีก 9 จุดให้แล้วเสร็จ
  • ประชาชนเข้าถึงภาครัฐด้วยความกระชับรวดเร็ว

จากที่กล่าวไป เป็นเพียงตัวอย่างนโยบายของผู้สมัครการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ แต่ในวันนี้ จะชวนทุกคนไปย้อนดูนโยบายของการเลือกตั้งในสนามอื่น ๆ ว่าผู้สมัครแต่ละพรรคจะมีนโยบายเด็ดๆ อะไรบ้าง และหากว่านำมาปรับใช้ในยุคปัจจุบัน จะตอบโจทย์คนกรุงฯ และน่าสนใจขนาดไหน กับนโยบายสุดแหวกเหล่านี้ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 

💥เปิด 5 นโยบายสุดแหวกในไทย 

  • พรรคเพื่อไทย หวยบำเหน็จ “เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออม”

ทุกครั้งในการซื้อหวย ถือว่าเป็นเงินฝากในกองทุนการออมแห่งชาติ เงินทุกบาทจะกลับคืนสู่กระเป๋าของเรา พร้อมดอกเบี้ยหลังเกษียณของคนไทย

  • พรรคอนาคตใหม่ นโยบายให้คนไทยผลิตเหล้า-เบียร์ได้เสรี

ปลดล็อกอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กหรือเกษตรกร ได้เติบโตขึ้นและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่เสนอให้แก้ พ.ร.บ.สรรพสามิต และยกเลิกกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

  • พรรคพลังประชารัฐ นโยบาย “รถเก่า แลกรถใหม่”

ชวนให้นำรถเก่า มาแลกรถไฟฟ้าคันใหม่ พร้อมรับส่วนลดทันที 100,000 บาท สนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อลดมลพิษที่เกิดจากรถยนต์

  • พรรคชาติพัฒนา นโยบายเด็กไทย 2 ภาษา-ครูเทคโนโลยี

คาดหวังให้เด็กไทยพูดได้ 2 ภาษาที่ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษา การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวของประเทศ และพร้อมจะมอบทุนให้ครู อำเภอละ 1 ล้านบาท ให้ไปเรียนรู้ และกลับมาสอนเด็กไทยได้อย่างเต็มที่

  • พรรคประชานิยม นโยบายยกเลิกหักเงินเดือนลูกจ้าง-เปลี่ยนงบรถถังไปซื้อรถไถนา

เสนอให้นายจ้างจ่ายเงินประกันสังคมแทนลูกจ้างทั้งหมด ยกเลิกหักเงินเดือนลูกจ้างร้อยละ 5 ในทุกเดือน ให้หยุดกองทัพซื้ออาวุธ 10 ปี นำเงิน 400,000 ล้านบาท ไปพัฒนาประเทศ พร้อมเปลี่ยนงบซื้อรถถัง ไปซื้อรถไถนา, รถดำนา, รถเกี่ยวนวดข้าวประจำหมู่บ้าน และรถตัดอ้อยให้ชาวนา ชาวไร่ได้ใช้ฟรี

นอกจากนโยบายสุดแหวกในไทยแล้ว วันนี้ขอแถม ! พาไปดูชื่อพรรคการเมืองในต่างประเทศ ที่สร้างสรรค์ไอเดียในการตั้งชื่อพรรคสุดแปลก แต่มีอยู่จริง และนโยบายของแต่ละพรรคจะแปลกสมชื่อหรือไม่ ? ไปดูกันเลย

📢 5 ชื่อพรรคสุดแปลก ❗️ ในต่างแดน

  • พรรคซีเรียสแบบเอาเป็นเอาตาย (Deadly Serious Party)

ประเทศออสเตรเลีย ปี 1977 แม้ชื่อพรรคจะดูจริงจริง แต่จุดประสงค์นั้นทำเพื่อความขำขัน และล้อเลียนผู้สมัครคนอื่นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังแสดงจุดยืนในการส่งกองทัพเพนกวิน ไปปกป้องชายฝั่งทะเล และปกป้องการรุกรานของอาร์เจนตินาอีกด้วย 

  • พรรคชุดแฟนซี (Fancy Dress Party)

ประเทศอังกฤษ ปี 1979 ซึ่งเป็นพรรคการเมืองทางเลือก โดยมีนโยบายให้ลดการใช้กระดาษในการแจกใบสั่งของตำรวจ และปฏิวัติการศึกษาโดยจัดการกับนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมไปถึงการลดขนาดของห้องเรียนเนื่องจากเชื่อว่าครูผู้สอนจะได้ใกล้ชิดนักเรียนมากขึ้น พร้อมชวนรณรงค์ให้นักเรียนได้รับเงินค่าขนมเท่าๆ กันทุกคน

  • พรรคสัตว์ประหลาดร่าเริง (Monster Raving Loony Party)

ประเทศอังกฤษ ปี 1983 โดยนโยบายของพรรคนี้ก็แบ๊วตามชื่อเช่นเดียวกัน นั่นคือการเสนอให้ขึ้นทะเบียนสัตว์ประหลาดล็อคเนสให้เป็นสัตว์สงวน หรือแต่งตั้งออสซี่ ออสบอร์นให้เป็นขุนนาง เป็นต้น

  • พรรคคนรักเบียร์แห่งโปแลนด์ (Polish Beer-Lovers’ Party)

สำหรับคนที่มีแผนจะลงสมัครพรรคการเมืองแบบไม่หวังอะไรให้ดูพรรคนี้ในประเทศโปแลนด์ไว้เป็นแรงบันดาลใจ โดยนโยบายหาเสียงมาจากการอยากแก้ปัญหาให้คนติดเหล้าหันมาติดเบียร์แทน และก็เป็นนโยบายที่สำเร็จในที่สุด แต่กลับยุบพรรคโดยแตกออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ เบียร์ขวดใหญ่ กับ เบียร์ขวดเล็ก นั่นเอง 

  • พรรคช่างแม่ม (Don’t Give a Feck Party)

ประเทศไอร์แลนด์ 2014 โดย เดฟ คีฟนีย์ เจ้าของธุรกิจซักแห้งได้ลงแข่งสนามเลือกตั้งท้องถิ่น อยากให้มีธุรกิจขนาดเล็กมาเปิดกิจการ เพื่อทุกพื้นที่จะได้เกิดการจ้างงาน และผู้คนมีงานทำมากขึ้น ปิดท้ายด้วยการให้สโลแกนหาเสียงกวน ๆ  “ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำอะไรให้คุณเลย...และสัญญาว่าจะ(ไม่ทำอะไรให้คุณ)อย่างดีที่สุด”

และช่วงเวลานับจากนี้ เหลือเพียงอีกไม่กี่วัน ที่คนกรุงเทพฯ ต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งสำคัญ เพราะหนึ่งเสียงของคุณ เป็นเสียงที่มีความหมาย และสามารถเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานครนี้ต่อไปได้ มารวมพลังคนกรุงเทพฯ ร่วมเปลี่ยนแปลงเมืองใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. อย่าลืมเช็กหมายเลขผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ทางเว็บไซต์ https://bkkelection65.thaipbs.or.th/ และตรวจสอบรายชื่อ (คลิก) ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันด้วยนะ