image

4 อันดับสัตว์โลก นักพยากรณ์อากาศ

29 ก.ค. 65 เวลา 06.45 น.
Share

การพยากรณ์อากาศ ช่วยเอื้ออำนวยให้เราสามารถรับรู้สภาวะลมฟ้าอากาศและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถคาดการณ์สภาพอากาศได้ แต่เหล่าบรรดาสัตว์โลกก็สามารถทำได้โดยเพียงสัญชาตญาณและกลไกของร่างกายเท่านั้น ส่วนจะมีสัตว์ชนิดไหนบ้าง ไปดูพร้อม ๆ กันเลย

มดขนไข่ สัญญาณเตือนฝนตก

ตอนเด็ก ๆ เวลาเราเห็นฝูงมดไต่ผนังบ้าน ผู้ใหญ่มักจะชอบพูดกันว่าฝนใกล้ตก ทำให้ใครหลายคนเกิดคำถามว่า 'มดรู้ได้อย่างไรว่าฝนจะตก?'

 

มีการสันนิษฐานว่า ‘มด’ อาศัยอยู่บนโลกเราตั้งแต่เมื่อ 168 ล้านปีก่อน มดจึงจัดเป็นแมลงดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งพวกมันมีวิวัฒนาการสูง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และถึงแม้ว่าตัวจะเล็กจิ๋ว แต่ว่ากันว่าพวกมันฉลาดที่สุดในบรรดาแมลงทุกชนิด และอาจฉลาดกว่าลิงซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์เราอีกด้วย

 

นอกจากแบกสิ่งที่หนักกว่าตัวมันได้ถึง 50 เท่าแล้ว ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เฉียบคม ทำให้พวกมันสามารถล่วงรู้ถึงสภาพอากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยได้ โดยเฉพาะช่วงก่อนเกิดพายุฝน ที่อุณหภูมิลดลงและความชื้นในดินมากขึ้น

 

อ้างอิงจาก Kirsti Abbott นักนิเวศวิทยา จากมหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ กล่าวไว้ว่า มดมีความสามารถในการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในดินและความชื้นในอากาศผ่านอวัยวะที่มีชื่อว่า Spiracles (สไปรเคิล) หรือรูหายใจของพวกมันนั่นเอง ซึ่งพฤติกรรมของมดที่ทำให้เดาได้ว่ากำลังจะเกิดพายุฝน ได้แก่ ฝูงมดไต่ขึ้นที่สูง หรือในมดบางชนิดอย่างมดดำ พวกมันจะขนไข่ขึ้นที่สูงเพื่อหลีกหนีจากน้ำท่วม

 

กราวด์ฮอกออกจากโพรง สิ้นสุดฤดูหนาว

ในทุกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวเมืองในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จะจัดประเพณีทำนายฝนฟ้าอากาศ ด้วยการใช้ตัว 'กราวด์ฮอก (Groundhog)' เป็นเครื่องมือพยากรณ์อากาศ โดยสังใช้วิธีการสังเกต 'เงา' ของตัวมัน ถ้าเห็นเงาของมันได้ชัดเจน นั่นหมายถึงในวันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เป็นสัญญาณที่ดี บ่งบอกว่าฤดูหนาวใกล้สิ้นสุดในอีกไม่นาน ซึ่งประเพณีดังกล่าวโด่งดังมากถึงขั้นได้รับการผลิตเป็นภาพยนตร์ ชื่อว่า Groundhog Day ในปี พ.ศ. 2536

 

Groundhog หรืออีกชื่อหนึ่ง Woodchuck เป็นสัตว์ฟันแทะในวงศ์ Sciuridae หรือ กระรอกดินขนาดใหญ่ กราวด์ฮอกมักอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดินและมีพฤติกรรมจำศีลจำในฤดูหนาว และพวกมันจะออกจากโพรงและโผล่ขึ้นเหนือพื้นดินเมื่อใกล้พ้นฤดูหนาว ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าใกล้ถึงช่วงสิ้นสุดฤดูหนาวในอีกไม่นาน

 

เคยมีการกล่าวอ้างว่า กราวด์ฮอกสามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ จากอุณหภูมิใต้ดินเพิ่มสูงขึ้นเพราะอากาศที่อุ่นขึ้น แต่เหตุผลที่แท้จริงที่กราวด์ฮอกยอมออกจากโพรงในต้นเดือนกุมภาพันธ์ คือการมองหาคู่ครองเพื่อเตรียมพร้อมในฤดูผสมพันธุ์ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นฤดูผสมพันธ์ุของกราวด์ฮอกนั่นเอง

 

แมวนอนกรน บอกสภาพอากาศ

ในขณะที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เดาไม่ถูก เพื่อนสัตว์เลี้ยงสี่ขาอย่าง "แมว" อาจเป็นเครื่องมือพยากรณ์อากาศใกล้ตัวที่คุณคาดไม่ถึง

 

แมว มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องฟ้าฝนมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นประเพณีความเชื่อทางภาคอีสาน อย่าง 'ประเพณีแห่นางแมว' ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อที่ว่า แมวเป็นสัตว์เกลียดฝน เมื่อฝนตกเมื่อไหร่แมวจะส่งเสียงร้อง ดังนั้นการหามแมวขึ้นแห่ในช่วงหน้าแล้งถือเป็นเคล็ดว่าเสียงร้องของแมวจะนำพาฟ้าฝนมาให้

 

เช่นเดียวกันกับ เฮนรี แฮร์ริสัน เชส ดันวู้ดดี้ (H.H.C Dunwoody) นายทหารและนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ผู้เคยประจำในกรมอุตุนิยมวิทยาของกองทัพบก ผู้ที่มีความเชื่อว่าพฤติกรรมของเหล่าบรรดาสัตว์ทั้งหลาย สามารถบ่งบอกถึงสภาพอากาศหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ได้

 

เฮนรี ได้กล่าวไว้ในหนังสือ Weather Proverbs หนังสือที่รวบรวมพฤติกรรมของบรรดาสัตว์มากมาย ที่ช่วยให้เราสามารถล่วงรู้ถึงสภาพอากาศในอนาคตได้ โดยรายละเอียดในเล่มได้บอกถึงพฤติกรรมของแมวไว้ว่า หากแมวจาม หรือเลียบริเวณหลังหู เป็นสัญญาณเตือนว่าฝนจะตก ถ้าแมวนอนกรน เป็นสัญญาณว่าบ่งบอกว่าในบริเวณนั้นมีสภาพอากาศย่ำแย่

แมลงปอบินว่อน สัญญาณพายุฝน

ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว หากสังเกตเห็นฝูงแมลงปอบินว่อน นั่นถือเป็นสัญญาณว่าในช่วงเย็นจะเกิดฝนตก ความเชื่อดังกล่าวไม่เพียงแพร่หลายในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงในต่างประเทศ อย่างอินเดีย เวียดนาม หรือในเมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลียที่มีความเชื่อว่าการปรากฏตัวของฝูงแมลงปอเป็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนไปสู่ฤดูแล้ง

 

การที่แมลงปอออกมาบินว่อนจำนวนมากในช่วงอากาศอบอ้าว โดยเฉพาะช่วงก่อนฝนตกนั้น ส่วนเป็นเพราะแมลงปอจัดอยู่จำพวกสัตว์เลือดเย็น ทำให้อุณหภูมิร่างกายของพวกมันแปรผันไปตามสภาพอากาศ ความชื้น และความกดอากาศ และเพื่อปกป้องตัวเองจากความร้อน พวกมันจะอยู่นิ่ง ๆ โดยใช้ส่วนขาเกาะกับวัตถุและยกส่วนปลายลำตัวขึ้น เรียกว่า 'Obelisk position' นอกจากนี้ความร้อนยังกระตุ้นให้พวกมันออกบิน เพื่อหาบริเวณที่ร่มรื่นกว่า เพื่อป้องกันตัวเองจากการ Overheated เป็นเหตุผลทำให้เราเห็นพวกมันได้มากขึ้นในช่วงอากาศร้อนนั่นเอง

 

เมื่อได้ทำความรู้จักกับ 4 สัตว์นักพยากรณ์ไปแล้ว ยังมีสาระดี ๆ เกี่ยวกับอาชีพนักพยากรณ์อากาศ หรือ นักอุตุนิยมวิทยา ผู้อยู่เบื้องหลังข้อมูลรายงานสภาพอากาศแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง สามารถรับชมต่อได้ที่รายการ Class one ทางฉันฝันเธอ ตอน นักพยากรณ์อากาศ  <คลิก