ALTV All Around
ALTV News
บทความอื่นจาก Thai PBS
ALTV All Around
ALTV News
บทความ Thai PBS
5 ข้อคิดและบทเรียนชีวิต "พระพยอม กัลยาโณ"
แชร์
ชอบ
5 ข้อคิดและบทเรียนชีวิต "พระพยอม กัลยาโณ"
29 ก.ย. 65 • 13.30 น. | 331 Views
ขนาดอักษร : กลาง
ALTV CI

พระราชธรรมนิเทศ หรือ "พระพยอม กัลยาโณ" เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพระนักเทศน์และนักพัฒนา ผู้มีลีลาธรรมเทศนาสุดขำขัน ตรงไปตรงมา และเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบันได้อย่างน่าฟัง เจ้าของคำสอนที่หลายคนคุ้นหูอย่าง "โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้าไม่โง่" 

นับตั้งแต่เข้าสู่ร่มเงาพระพุทธศาสนาเมื่อปี 2513 ผลงานของท่านมีส่วนช่วยเหลือชีวิตนับไม่ถ้วน ทั้งด้านการสร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นที่พึ่งให้แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส แม้กระทั่งหมา-แมวจรจัด 

 

การเป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมควบคู่กับการเป็นนักบริหารงานเพื่อสังคม สองบทบาทที่แทบสวนทางกัน ฟังดูอาจเป็นชีวิตที่ดู "ทุกข์และวุ่นวาย" สำหรับใครหลายคน แนวทางข้อใดที่ทำให้ท่านก้าวผ่านความทุกข์นั้นไปได้ ALTV จึงอยากชวนทุกคนมาเรียนรู้ “ข้อคิดและบทเรียนชีวิตที่ได้จากพระพยอม กัลยาโณ” ซึ่งเป็นประโยชน์กับทำงาน การเรียน ช่วยนำทางชีวิตให้ “ทุกข์น้อยลงและสุขมากขึ้น”

💡บทเรียนชีวิต บทที่ 1 เติมเต็มสิ่งที่ขาดด้วย “ความขยันและปัญญา”

พื้นฐานความรู้และทักษะในด้านต่าง ๆ ของพระพยอมไม่ว่าจะเป็นการบริหารการเงิน งานก่อสร้าง รวมถึงเทคนิคการพูด เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่ยังเล็ก

 

ย้อนกลับไปในวัยเด็กของพระพยอม ท่านป็นเด็กรักการเรียนและหัวไว จบการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชั้น ป.4 การเรียนไม่เพียงทำให้ท่านอ่านออกเขียนได้ ซึ่งถือว่าได้เปรียบกว่าใครในสมัยนั้น แต่การนำความรู้ที่ได้เรียนรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์นั้นสำคัญกว่า วิชาที่ท่านนับว่ามีประโยชน์มหาศาลที่ทำให้ท่านรู้จักทำงาน เก็บเงิน และพัฒนาชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือ “วิชาคณิตศาสตร์”

 

อาตมาตอนเป็นเด็ก มีเงินเก็บตั้งหมายหมื่นจนซื้อที่ดินได้ 2 แปลงช่วยพ่อ เพราะสมองเรามันคิดเป็นคณิตศาสตร์ไปหมด 

 

หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต ชาวบ้านมักตราหน้าท่านว่า “กำพร้าพ่อแม่ จะเอาดีได้อย่างไร” ท่านจึงเลือกที่จะ “เติมเต็มชีวิตด้วยความขยัน” ทั้งรับจ้างและค้าขาย จากประสบการณ์การเป็นพ่อค้านี้เอง ทำให้พระพยอมมีเทคนิคการขายที่แพรวพราว ช่างพูดช่างเจรจา เรียกได้ว่าท่านมีวาทะศิลป์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

งานอะไรต่อมิอะไรที่เราทำ ยิ่งได้มาเห็นคนที่ขอร้องขึ้นค่าแรง ก็คิดได้ว่า ทำไมเราไม่ขึ้นค่าแรงให้ตัวเอง! ถ้ามีงานให้ทำ มีโอทีให้ทำ เราทำ เพราะชีวิตต้องเติมเต็ม! อย่าให้พร่อง อย่าให้ขาด

เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ท่านได้บวชเรียนตามธรรมเนียมของคนไทย และสำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นเอก ท่านเล่าว่าท่านชอบฝึกพูด บางครั้งท่านก็ยังฝึกเทศน์กับต้นไม้ ใบหญ้า ครั้งหนึ่งพระพยอมได้มีโอกาสบรรยายท่ามกลางคนจำนวนมาก แม้ท่านจะไม่ได้เรียนการพูดใด ๆ มาก่อน แต่ด้วยลีลาการเทศน์ที่เข้าถึงง่ายและตลกขบขัน ทำให้สามารถสะกดใจคนได้ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง และสร้างปรากฏการณ์ยอดขายเทปแคสเซ็ตทะลุ 40 ล้านตลับ จนทำให้ท่านมีปัจจัยมาซื้อที่ดินและพัฒนาพื้นที่จนเป็น “วัดสวนแก้ว” ในปัจจุบัน

💡บทเรียนชีวิต บทที่ 2 นำปัญญามาพัฒนาสังคม

ไอเดียที่จุดประกายให้พระพยอมหันมา “พัฒนาคน” เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ท่านได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อพุทธทาส อดีตเจ้าอาวาส วัดธารน้ำไหล และได้รับคำสอนอันลึกซึ้งว่า “ชีวิตที่สงบเย็นต้องเป็นประโยชน์ อย่าสงบเย็นแล้วเป็นท่อนไม้แข็งทื่อ” ไม่อย่างนั้นความสงบเย็นจะเสียประโยชน์เปล่า ๆ กล่าวคือ บางช่วงเราทำใจให้สงบเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ บางช่วงก็ต้องส่องประกายแสงออกมา

ด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นและต้องการถ่ายทอดธรรมะให้เด็ก ท่านเป็นพระรูปเดียวที่เดินสายเทศน์ฟรี ๆ ตามโรงเรียน 

ปณิธานของเรา ไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินทองอะไรทั้งนั้น คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรให้เด็กฟังเรา แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการเทศน์ให้ “คนแก่” และ “เด็กเล็ก” ฟังเทศน์พร้อมกัน

เท่าที่หลายคนเข้าใจ “ธรรมะกับเด็กไม่ใช่เรื่องง่าย” แต่พระพยอมท่านบอกว่าสถานการณ์ที่ยากกว่านั้น คือการให้ “คนแก่” และ “เด็กเล็ก” มานั่งฟังเทศน์พร้อมกัน เพราะการจดจ่อของทั้งสองวัยนี้แตกต่างกัน ท่านจึงวิเคราห์ะผู้ฟังและพิจารณาดูว่าเรื่องไหนที่เด็กชอบ เรื่องไหนที่ผู้ใหญ่ชอบ โดยหยิบเอาเรื่องใกล้ตัวมาพูดให้ฟัง

 

สำหรับการทำงานกับสังคมของพระพยอม สิ่งที่ท้าทายคือ “การเรียนรู้วิธีหาเงิน” เพื่อมาพัฒนาด้านต่าง ๆ ท่านจึงผุดโครงการมากมายซึ่งแตกต่างจากการทำบุญหยอดตู้บริจาคทั่วไป เช่น โครงการ “ผลไม้กระจายบุญ” ร่วมทำบุญด้วยการสั่งซื้อผลไม้จากทางวัดสวนแก้ว เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือคนชรา คนงาน รวมถึงช่วยเหลือด้านการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ซึ่งท่านกล่าวว่าเป็นการชวนทำบุญชนิดที่ว่า “บุญก็ได้ ไส้ก็เต็ม”

💡บทเรียนชีวิต บทที่ 3 การทำงานคือการฝึกศีล สมาธิ ปัญญา

เมื่อครั้งที่พระพยอมได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อพุทธทาส อดีตเจ้าอาวาส วัดธารน้ำไหล พระพยอมเล่าว่า ตอนแรกคิดเพียงว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องนั่งสมาธิเท่านั้น แต่ท่านพุทธทาสกลับสอนว่า “การทำงานเป็นการประพฤติธรรม”

 

แม้ว่าพระพยอมจะมีงานจนล้นมือ แต่ก็ไม่ละทิ้งเรื่องการปฏิบัติธรรม ท่านกล่าวว่า การนั่งสมาธิ และการกำหนดลมหายใจ เป็นสิ่งที่ทิ้งไม่ได้ ถ้าทิ้งก็เท่ากับทิ้งพรหมจรรย์ที่บริสุทธิ์ให้เสื่อมลง วิธีการทำสมาธิในแบบพระพยอมใช่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิเพียงอย่างเดียว ท่านยังยึดหลักคำสอนของหลวงพ่อพุทธทาสเสมอมา นั่นคือการกำหนดจิตพิจารณาตามความเป็นไปของร่างกาย

คนทำงานแบบเรา ๆ ทั่วไปก็สามารถใช้แนวทางนี้เพื่อฝึกสติและเจริญภาวนาระหว่างการทำงานได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การจดจ่ออยู่กับงานที่ทำอยู่ตรงหน้านั้นเกิดเป็น “สมาธิ” พอเริ่มการคิดวิเคราะห์ในเนื้องานก็เกิดเป็น “ปัญญา” และการพูดจากับเพื่อนร่วมงานหรือผู้อื่นอย่างไพเราะ สำรวม ก็ถือว่าเป็น “ศีล” 

 อย่าไปคิดว่านั่งสมาธิถึงจะมีสมาธิ ทำงานก็เป็นสมาธิได้ หนึ่งต้องอดทน สองต้องมีสติ สามต้องมีปัญญาคิดว่าทำอย่างไรงานจะสำเร็จไปได้ด้วยดี

💡บทเรียนชีวิต บทที่ 4 อย่าให้ตัวเราอยู่ภายใต้อำนาจและความรับผิดชอบของใคร

คำพูดที่ว่า "การจะมีความสุขได้ต้องยุ่งผู้คนน้อยที่สุด" แต่ในทางตรงกันข้าม พระพยอมกลับพยายามช่วยเหลือและรับรู้ความทุกข์ของคน บางครั้งออกมาแสดงความคิดเห็นก็เจอเรื่องดราม่า ซึ่งท่านผ่านมันมาได้ด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า

อาตมานึกถึงคำเตือนของพระพุทธเจ้าประโยคหนึ่ง กล่าวไว้ว่า อย่าให้มนุษย์จับไว้ หมายความว่า อย่าให้ตัวเราอยู่ภายใต้อำนาจ ความรับผิดชอบของใคร

สังคมในโลกออนไลน์ปัจจุบันที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนหลากหลาย มีทั้งการแสดงความคิดเห็นเชิงบวก-ลบ และการบูลลี่ ไม่ต่างจากสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อสังคมของพระพยอม ท่านต้องอยู่กับคนหมู่มาก บ้างก็คนทะเลาะกัน บ้างก็นำปัญหามาให้ เคล็ดลับที่จะทำให้ "เป็นทุกข์น้อยที่สุด" ของพระพยอม คือ การมองทุกอย่างให้ “ว่างเปล่า”

อย่าไปมองว่าเขาเป็นคน ให้มองว่าเป็น “ของว่าง” มองเป็นแค่ ธาตุ-ขันธ์-อายตนะ ดิน น้ำ ไฟ ลม เดี๋ยวทุกคนก็แตกสลาย ถ้าเราไปนั่งคิดว่าเราเกลียดคนนั้น คนนี้ ให้ถือหลักคำเดียว มีสุขเพราะหมดเกลียด ถ้ามีเกลียดจะหมดสุข



💡บทเรียนชีวิต บทที่ 5 จงสร้างผลงานดี ๆ ให้เป็นอนุสาวรีย์ของชีวิต

แน่นอนว่าการปฏิบัติธรรมนำไปสู่การดับทุกข์ได้ พระพยอมเองก็มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าตัวเองนั้นบวชเพื่ออะไร ท่านเล่าว่าตอนที่เข้าพิธีอุปสมบท มีคำปฏิญาณบทหนึ่งกล่าวว่า “สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ, นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ อิมัง กาสาวัง คะเหตวา ปัพพาเซถะ มัง ภันเต” การบวชครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้ทุกข์ดับ ให้นิพพานปรากฏ

แต่ละวันต้องทบทวนว่า ทุกข์ของเรานั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลง ถ้าลดลงเราก็ภูมิใจ ถ้าเพิ่มขึ้นก็เป็นทุกข์ ขาดทุนแล้วเรา ไม่คุ้มข้าวสุกของชาวบ้าน

ตลอดเวลาที่ท่านบวชมา 52 พรรษา หากถามถึงการเข้าใกล้นิพพาน ท่านบอกว่า พอปฏิบัติได้ในระดับ “นิพพานชิมลอง” หรือ “นิพพานชั่วคราว” ซึ่งบางครั้งก็ทำให้ท่านรู้สึกเย็นใจชั่วครู่ชั่วยาม 

 

นิพพานนั้นมีหลายระดับ ระดับแรกเรียกว่า “ตทังคนิพพาน” คือการบรรลุภาวะที่สงบใจไว้ได้ชั่วขณะ แต่นิพพานระดับสูงสุดที่เรียกว่า “สมุทเฉทนิพพาน” หรือ “ปรินิพพาน” คือการดับทุกข์โดยสิ้นเชิง ท่านกล่าวว่ายังทำไม่ได้ แต่ก็พยายามทำให้ได้

นอกจากนี้ท่านยังมีคำสอนดี ๆ ในเรื่อง “มรณสติ” หมายถึง การระลึกถึงความตายอยู่เสมอ ซึ่งทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถเรียนรู้ได้ในชีวิตประจำวัน

ชีวิตที่นึกถึงความตายก็จะไม่ประมาท และทำอะไรต่อมิอะไรให้เสร็จก่อนตาย เช่น พินัยกรรม ควรทำให้ดี ไม่เช่นนั้นลูกหลานจะแย่งมรดกกัน ดังนั้นการคิดถึงความตายมีประโยชน์มหาศาล

ในวันสุดท้ายของชีวิตสิ่งที่พระพยอมต้องการฝากไว้ให้คนรุ่นหลังอาจมิใช่คำสอน แต่เป็นเพียงข้อความที่เขียนข้างฝาโลงไว้ว่า “พระพยอม สร้างผลงานดี ๆ ไว้เป็นอนุสาวรีย์ของชีวิต” และย้ำเตือนทุกคนว่า

เกิดมาทั้งที ต้องสร้างผลงานดี ๆ ให้เป็นอนุสาวรีย์ของชีวิต ไม่ต้องให้ใครมาทำรูปปั้นอนุสาวรีย์ แล้วเมื่อหมดยุคหมดสมัยก็ถูกกระชากลงเพราะหมดความดี แต่ถ้าเป็นอนุสาวรีย์ที่เป็นผลงานของเรา ไม่มีใครสามารถมาล้มหรือทำลายลงได้ กี่ชาติ กี่สมัย ทุกคนก็ต้องอยู่กับธรรมชาติ”

สุดท้ายนี้ พระพยอมก็ได้ฝากข้อคิดสุดจี๊ดที่แฝงด้วยอารมณ์ขันถึงพระรุ่นใหม่ที่กำลังเดินตามรอยพระธรรม โดยทิ้งท้ายไว้ว่า

ฝากถึงพระรุ่นใหม่ จงช่วยอยู่สืบทอดพระพุทธศาสนา ส่วนเรื่องสืบพันธุ์มีคนจ้องทำเยอะแยะแล้ว อย่าไปแย่งเขาทำเลย

 

 

ทุกช่วงชีวิตย่อมมีบทเรียนให้ชีวิตเสมอ ติดตามเรื่องราวทั้งทุกข์และสุขพร้อมแง่คิดดี ๆ จากบุคคลแถวหน้าของเมืองไทยได้ในรายการ The Lessons บทเรียนชีวิต ทางไทยพีบีเอส (คลิก)

 

ขอบคุณภาพประกอบ: ThaiPBS News, เพจวัดสวนแก้ว (พระพยอม กลฺยาโณ), พระพยอม Fanpage

แท็กที่เกี่ยวข้อง
#คำคมพระพยอม, 
#Thelessonsบทเรียนชีวิต, 
#พระราชธรรมนิเทศ, 
#พระพยอมกัลยาโณ, 
#พระธรรมโกศาจารย์, 
#พุทธทาสภิกขุ, 
#วัดสวนแก้ว, 
#วัดธารน้ำไหลสวนโมกขพลาราม, 
#คําสอนดีๆจากพระ, 
#พระพยอมเทศน์ขําๆ, 
#มรณสติ 
ผู้เขียนบทความ
avatar
H. ARIGATO
หงส์ฟ้า
ทาสแมวผู้ Enjoy กับชีวิตเรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ
ALTV CI
บทความที่เกี่ยวข้อง
บุ้ง สุชาดา สาวแพนิกที่บำบัดด้วยแฟชั่น
26 เม.ย. 65 • 15.00 น.
บุ้ง สุชาดา สาวแพนิกที่บำบัดด้วยแฟชั่น
สัมภาษณ์ เปียว สมภพ: เมื่อ "ของเล่น" นำพาให้ประสบความสำเร็จในชีวิต
10 มิ.ย. 65 • 16.00 น.
สัมภาษณ์ เปียว สมภพ: เมื่อ "ของเล่น" นำพาให้ประสบความสำเร็จในชีวิต
สัมภาษณ์ "ซันนี่" เมื่อโควิด-19 ให้อะไรมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียน
15 ก.ค. 65 • 10.00 น.
สัมภาษณ์ "ซันนี่" เมื่อโควิด-19 ให้อะไรมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียน
5 แนวคิดกับบทเรียนชีวิต ของ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์
11 ก.ย. 65 • 09.00 น.
5 แนวคิดกับบทเรียนชีวิต ของ “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์
StayInspired
StayInspired
ALTV All Around
ผู้เขียนบทความ
avatar
H. ARIGATO
หงส์ฟ้า
ทาสแมวผู้ Enjoy กับชีวิตเรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
#คำคมพระพยอม, 
#Thelessonsบทเรียนชีวิต, 
#พระราชธรรมนิเทศ, 
#พระพยอมกัลยาโณ, 
#พระธรรมโกศาจารย์, 
#พุทธทาสภิกขุ, 
#วัดสวนแก้ว, 
#วัดธารน้ำไหลสวนโมกขพลาราม, 
#คําสอนดีๆจากพระ, 
#พระพยอมเทศน์ขําๆ, 
#มรณสติ 
แชร์
ชอบ
ติดตามเรา